ธรรมดาโลกไม่จำ! หนุ่มโชว์สเต็ป เต้นบนเครื่องเล่น ไม่มีล้มไม่มีคว่ำ แรงแค่ไหนก็มา (คลิป)

เพจ YouLike (คลิปเด็ดได้โพสต์คลิปชายคนหนึ่งเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุกแบบธรรมดาไม่เป็น ซึ่งเครื่องเล่นดังกล่าว ถ้าในดรีมเวิล์ดจะมีชื่อว่าแร็พเตอร์ โดยให้ผู้เล่นนั่งอยู่กับเก้าอี้และหมุนอย่างรวดเร็วราวกับลอยคว้างในอากาศ แต่ชายคนดังกล่าวไม่นั่งไม่พอ กลับเต้นท่าต่างๆกลางฟลอร์แถมมีกระโดด ยอมรับเลยว่าเทพจริง

ที่มา:ข่าวสด

หัวใจจะวาย! หนุ่มมือสั่นดิ๊กๆบนรถไฟฟ้า คนข้างๆตะลึง จ้องแล้วไม่หยุด ทั้งที่แฟนนั่งอยู่ด้วย

เพจ 5978怎樣 ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์บนรถไฟฟ้าที่่ต่างประเทศ ที่หนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่กับแฟนสาว แต่ที่มือข้างขวาของหนุ่มคนดังกล่าวนั้นสั่นดิ๊กๆไม่หยุด ขนาดคนข้างๆยังมองด้วยความสงสัยว่าทำอะไร แต่เมื่อซูมดูใกล้ๆ พบว่าสาเหตุที่มือสั่นนั้น เพราะหนุ่มคนดังกล่าวกำลังใช้สิ่งที่คล้ายเครื่องบริหารนิ้ว ที่มีลักษณะเป็นสปริง จึงมีความเป็นไปได้ว่า คลิปนี้อาจเป็นโฆษณาสินค้านั่นเอง

ที่มา:ข่าวสด

ใครเผาบ้านเผาเมืองที่ยะไข่? ผู้สื่อข่าวบีบีซีรายงานตามสิ่งที่เห็นกับตา

ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 7 ก.ย. ที่หมู่บ้านในหม่องดอว์ โดยสำนักข่าวเอเอฟพี / AFP PHOTO / STR

เมื่อ 8 ก.ย. บีบีซีเผยแพร่รายงานของโจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ได้รับเชิญจากทางการพม่าให้เข้าไปดูพื้นที่ชุมชนชาวโรฮิงยาในเมืองหม่องดอว์ รัฐยะไข่ ที่จัดแจงไว้ให้ หลังเกิดวิกฤตการสู้รบระกว่างกองทัพรัฐบาลกับกองกำลังติดอาวุธโรฮิงยา รอบใหม่ตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ชาวบ้านต้องอพยพหนีจากบ้านเรือนกว่า 164,000 คน

รัฐบาลให้ข้อมูลว่า กองกำลังโรฮิงยาและชาวมุสลิมในพื้นที่เผาทำลายบ้านเรือนประชาชนเอง แต่สิ่งที่ผู้สื่อข่าวบีบีซีเห็นกลับไม่ใช่เช่นนั้น

โจนาธาน เฮด รายงานถึงภาพที่เห็นด้วยตาตนเองว่า หมู่บ้านชาวมุสลิมเพิ่งถูกเผานั้นเป็นฝีมือกลุ่มชาวพุทธในยะไข่อย่างชัดเจน  ดังนี้ :

” ผมอยู่ในคณะนักข่าวที่รัฐบาลพม่าเชิญเข้าไปดุสถานการณ์ในเมืองหม่องดอว์ สภาพที่เราไปในทริปนี้คือต้องรวมกันเป็นกลุ่ม จะแยกไปอิสระนอกเส้นทางไม่ได้ เราไปตามเส้นทางที่่รัฐบาลเลือกไว้ให้

 

เมื่อขอไปดูพื้นที่ที่อยู่ในความสนใจ แม้ว่าจะใกล้มาก แต่พวกเราก็ถูกปฏิเสธด้วยเหตุผลว่าไม่ปลอดภัย เราจึงกลับมาที่เมืองอัลเลธานจอว์ ทางใต้ของหม่องดอว์ที่ยังปรากฏควันไฟคละคลุ้ง บ่งบอกว่าเพิ่งจะถูกเผา

 

ตำรวจบอกว่า ชาวบ้านมุสลิมเผาบ้านเรือนตนเอง แต่จริงๆ แล้วส่วนใหญ่พวกเขาอพยพไปกันหมดหลังจากกลุ่มกองกำลังโรฮิงยา หรืออาร์ซา บุกโจมตีป้องตำรวจเมื่อวันที่ 25 ส.ค. เมื่อมองไปทางเหนือ เราเห็นควันไฟโขมงขึ้นมาเป็นสามแท่งและได้ยินเสียงยิงอาวุธปืนกล

ขากลับเรายังเห็นควันพ่นขึ้นมาจากต้นไม้ในนาข้าว ซึ่งปกติจะเป็นตัวบอกว่ามีหมู่บ้านอยู่

 

เราจึงรีบรุดเข้าไปในนาข้าวและเห็นว่า อาคารในหมู่บ้านอยู่ในกองเพลิง แต่เห็นเท่านี้เลย บ้านเรือนในหมู่บ้านถูกเผาเป็นเถ้าถ่านในเวลา 20-30 นาที

เมื่อเราเข้าไป ก็เห็นกลุ่มชายหนุ่มถือมีดยาว ดาบ และหนังสติ๊ก เดินสวนออกมา เราพยายามจะถาม แต่พวกเขาไม่ให้บันทึกภาพ อย่างไรก็ตาม เพื่อนร่วมคณะของเราที่เป็นพม่าพูดกับพวกเขาได้นอกกล้อง และพวกเขาบอกว่าพวกเขาเป็นชาวพุทธยะไข่ คนหนึ่งยอมรับเองเลยว่าจุดไฟเผา เพื่อช่วยตำรวจ

 

เราเดินต่อไปถึงมาดราซา (โรงเรียนศาสนาอิสลาม) ไฟกำลังไหม้หลังคาอยู่เลย เปลวเพลิงลามไปถึงบ้านที่อยู่ตรงข้าม ภายใน 3 นาทีก็ลุกโหมขึ้น ตอนนั้นไม่มีใครเลยในหมู่บ้าน กลุ่มคนพวกนี้จึงถือเป็นผู้ลงมือ

ข้าวของเครื่องใช้ในบ้านเกลื่อนเส้นทาง ทั้งของเล่นเด็ก เสื้อผ้าผู้หญิง เราเห็นเหยือกเปล่าที่มีกลิ่นน้ำมันหลงอยู่ และมีน้ำมันเป็นรอยตรงกลางเส้นทาง

จังหวะที่เราเดินออกมา บ้านที่ไฟลุกไหม้ก็ระอุและเป็นซากไหม้เกรียม”

รายงานของโจนาธาน เฮด จบลงที่ประโยคนี้

ที่มา:ข่าวสด

สาวท้องแก่คุกเข่าวิงวอน-ขอผ่าคลอด แต่สามีไม่ยอม สุดท้ายโดดตึกรพ.ฆ่าตัวตาย

เป็นเหตุการณ์สะเทือนใจและกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กระหึ่มโซเชียลเมืองจีน เมื่อเว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อีสต์รายงานเรื่องสะเทือนใจที่สาวท้องแก่คนหนึ่งตัดสินใจกระโดดตึกโรงพยาบาลฆ่าตัวตาย เพราะสามีและครอบครัวไม่อนุญาตให้ผ่าตัดทำคลอด

 

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา นางหม่า อายุ 26 ปี ซึ่งตั้งครรภ์ 9 เดือนครบกำหนดคลอด ได้เข้าโรงพยาบาลในเมืองยู่หลิน มณฑลส่านซี เพื่อเตรียมทำคลอด โดยเบื้องต้นแพทย์ระบุว่าหัวทารกในครรภ์ใหญ่กว่าปกติ อาจทำคลอดด้วยวิธีธรรมชาติยากลำบากมาก จึงแนะนำให้ใช้การผ่าตัดทำคลอดแทน แต่สามีและครอบครัวปฏิเสธ และยืนยันให้ทำคลอดด้วยวิธีธรรมชาติ

แต่ช่วงที่เข้าห้องคึลอด นางหม่าเกิดปวดท้องมาก ได้ออกจากห้องคลอด เพื่อขอร้องสามีให้อนุญาตผ่าตัดทำคลอด ถึงกับนั่งคุกเข่ากับพื้นวิงวอน แต่สามีกลับปฏิเสธ แม้ว่าแพทย์และพยายามจะแนะนำว่าการผ่าตัดทำคลอดเป็นวิธีที่ดีที่สุด สุดท้ายพยาบาลแจ้งว่านางหม่าหายตัวไปจากห้องคลอด และช่วงค่ำวันเดียวกัน ก็มีคนพบศพนางหม่ากระโดดจากชั้น 5 โรงพยาบาลฆ่าตัวตาย

ที่มา:ข่าวสด

สลดชีวิต! สาววัย 17 อินเดียถูกแฟนทิ้ง แม่ไล่จากบ้าน ต้องคลอดลูกกลางถนน

ดิ อินดีเพนเดนต์รายงานเรื่องราวสะเทือนใจในชะตากรรมของสาววัยรุ่น อายุ 17 ปีในอินเดียที่ถูกขับไล่จากศูนย์อนามัยจนต้องคลอดลูกกลางถนน

เรื่องราวดังกล่าวปรากฏเป็นข่าวในฮินดูสถานไทมส์ สื่อทรงอิทธิพลของอินเดียตั้งแต่วันที่ 23 ส.ค. พร้อมคลิปภาพของหญิงสาวที่มีรถวิ่งผ่านไปมาเป็นที่น่ารันทด

เหตุเกิดที่เมืองจันทิล รัฐฌารขัณฑ์ ภาคกลางเยื้องไปทางตะวันออกของอินเดีย ผู้เห็นเหตุการณ์ชื่อ ออม ประกาศ ชาร์มา ชาวบ้านที่ตื่นขึ้นมาตอนตี 4 เห็นสาววัยรุ่นคนนี้คลอดลูกบนถนน เด็กมีสายรกติดตัวอยู่ ขณะที่แม่เด็ก ตกอยู่ในอาการโศกเศร้าและสิ้นหวัง หมดเรี่ยวแรงที่จะอุ้มทารกน้อยที่ตนเองต้องคลอดเองบนถนน และห่อเด็กไว้ในผ้าคลุมของตนเอง

 

จากนั้นนางออมและชาวบ้านคนอื่นๆ จึงเข้าไปพยุงหญิงสาวเข้ามาริมทาง และไปเรียกหน่วยพยาบาลเพื่อรับตัวเด็กกับแม่ไป แต่ทีมงานดังกล่าวกลับทำเฉย และไม่ยอมช่วย พูดแต่ว่าต้องให้หัวหน้างาน หรือพ่อแม่หญิงสาวอนุญาตก่อน เมื่อชาวบ้านช่วยกันขอร้องเพื่อเห็นแก่เด็ก ทีมพยายามดังกล่าวกลับพูดว่า ต้องมีเงินออกค่ารถให้ ไม่เช่นนั้นจะไม่มีคนขับรถพยาบาลให้

เมื่อเวลาล่วงเลยไปพักใหญ่ ชาวบ้านเริ่มโกรธและไปแจ้งตำรวจ ทำให้มีหมอชื่อ ดร.ลัคอินทรา หันสทา จากโรงพยาบาลคนหนึ่งรุดมาตัดรกเด็ก ชาวบ้านจึงส่งเสียงชื่นชมและพาแม่ลูกไปโรงพยาบาล จนทั้งสองได้แอดมิด หมอหันสทาแจ้งว่าแม่และเด็กอาการทรงแล้ว แต่ชาวบ้านยังแค้นไม่หาย รุดเข้าไปฟ้องหมอถึงท่าทีของทีมพยาบาลที่ดูดาย

สำหรับวัยรุ่นสาวคนนี้มาจากหมู่บ้านรุจาบ แอบรักและมีสัมพันธ์กับหนุ่มในหมู่บ้านเดียวกัน แต่เมื่อท้องผู้ชายก็ขอเลิกและทอดทิ้ง จากนั้นหญิงสาวยังถูกครอบครัวไล่ออกจากบ้านหลังจากรู้ว่าหญิงสาวตั้งครรภ์ กลัวว่าจะทำให้ครอบครัวเสียชื่อเสียง ล่าสุดทางโรงพยาบาลแจ้งว่าจะแจ้งให้เอ็นจีโอเข้ามาช่วยดูแล

ที่มา:ข่าวสด

หญิงบังกลาฯ ป่วยเท้าช้างหนัก 60 ก.ก.!! เริ่มบวมวัย 18 จนตอนนี้อายุ 40 หมอมึนรักษาไม่ถูก

เมื่อวันที่ 25 ส.ค. เดลี่เมล์รายงานว่าพบสตรีชาวบังคลาเทศวัย 40 ปีป่วยเป็นโรคเท้าช้างจนขาขวามีน้ำหนักมากถึง 60 กิโลกรัม เจ้าตัวระบุว่าเป็นตั้งแต่ 18 ปีก่อนแล้ว

สามีมาให้กำลังใจ

นางเรเซีย เบกุม แม่ลูกสองชาวบังคลาเทศ ที่ป่วยเป็นโรคเท้าช้างมานานหลายสิบปี เปิดเผยว่า เมื่อก่อนตนก็รู้สึกเหมือนผู้หญิงธรรมดาทั่วไป แต่เมื่อโรคลุกลามตนก็รู้สึกว่าเป็นภาระให้กับครอบครัวตนที่ยากจน

ขณะนี้แม้นางเรเซียมายังโรงพยาบาลในกรุงธากาแล้ว แต่แพทย์ยังไม่ได้เริ่มการรักษาเพราะยังวินิจฉัยโรคไม่ได้อย่างแน่ชัด ต้องรอผลการทดสอบและการผ่าตัดเพิ่มเติมก่อน แม้สันนิษฐานสาเหตุของโรคนี้น่าจะมาจากพยาธิตัวกลมที่มียุงเป็นพาหะนำโรคจนทำให้เกิดโรคเท้าช้าง

หากขายังบวมขึ้นเรื่อยๆ จากขาจนไปถึงบริเวณท้อง อาจทำให้ชีวิตของนางเบกุมอยู่ในอันตรายได้ และสาเหตุของอาการบวมที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยเป็นผลมาจากระบบต่อมน้ำเหลืองที่ถูกทำลาย

ที่มา:ข่าวสด

ติดคุกนาน 11 ปีกว่าจะพ้นยุคมืด เจ้าหน้าที่ยูเอ็นเพิ่งได้อิสรภาพจากอุซเบกิสถาน

กลุ่มสิทธิมนุษยชนพยายามเรียกร้องการปล่อยตัวนักโทษการเมืองในอุซเบกิสถานตั้งแต่ปี 2557

เมื่อวันที่ 22 ส.ค. เอเอฟพีรายงานว่าประเทศอุซเบกิสถานยอมปล่อยตัวอดีตเจ้าหน้าที่สหประชาชาติ หรือยูเอ็น นายเอร์กิน มูซาเอฟ ชาวอุซเบกผู้ทำงานในโครงการร่วมระหว่างยูเอ็นกับสหภาพยุโรป กล่าวหาว่าเป็นกบฏโดยต้องถูกจองจำอยู่ในคุก 11 ปี

นายมูซาเอฟถูกจับกุมที่สนามบินกรุงทัชเคนต์เมื่อปี 2549 ช่วงรัฐบาลของนายอิสลาม การิมอฟ อดีตผู้นำประเทศอุซเบกิสถานกล่าวหาว่านายมูซาเอฟได้ลักลอบนำความลับให้กับต่างชาติ

 

น.ส.เอลิซาเบธ โธรสเซลล์ โฆษกยูเอ็นด้านสิทธิมนุษยชนระบุว่ามูซาเอฟถูกนำตัวขึ้นทั้งศาลทหารและศาลพลเรือน อีกทั้งโดนตั้งข้อหาเป็นกบฏและยักยอกทรัพย์ รวมไปถึงวางแผนสมรู้ร่วมคิด ทั้งที่ไม่มีมูลเหตุใดๆ ที่บ่งบอกตามข้อกล่าวหา นอกจากนี้ทางกลุ่มสิทธิมนุษยชนยังระบุอีกว่าอดีตเจ้าหน้าที่ยูเอ็นผู้นี้ถูกทรมานระหว่างอยู่ในคุกอีกด้วย

การปล่อยตัวเป็นผลมาจากที่ทางนายซาอิด ราอัด อัล-ฮุสเซน หัวหน้าฝ่ายสิทธิมนุษยชนของยูเอ็นเดินทางไปกรุงทัชเคนต์เพื่อล็อบบี้นายซัฟกัต เมียร์ซีโยเยฟ ประธานาธิบดีอุซเบกิซสถานคนปัจจุบันที่พยายามทำให้ภาพลักษณ์ผู้นำอ่อนลงต่างจากอดีตผู้นำที่เป็นสายแข็ง

ที่มา:ข่าวสด

ตำรวจเยอรมันตรวจยึด “ยาอี” พิมพ์ใบหน้า “ทรัมป์” มูลค่า 1.5 ล้านบาท

เอพีรายงานวันที่ 22 ส.ค. ว่า ตำรวจเยอรมนีในเมืองออสนาบรุก ภาคตะวันตกเฉียงใต้ ตรวจยึดยาอี พิมพ์เป็นใบหน้าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สีแสด หลายพันเม็ด มีราคาประเมินที่ขายในตลาดราว 39,000 ยูโร หรือราว 1,500,000 บาท พร้อมมีเงินสดอีกปึกใหญ่

 

ตำรวจพบยาอีชุดนี้จำนวนกว่า 5,000 เม็ด ระหว่างเรียกตรวจรถยนต์ทะเบียนประเทศออสเตรีย บนทางหลวง เอ30 เมื่อวันที่ 19 ส.ค. ผู้ขับขี่รถยนต์เป็นชายอายุ 51 ปี และลูกชายอายุ 17 ปี ให้ปากคำตำรวจว่า ก่อนหน้านี้จะไปซื้อรถยนต์ในประเทศเนเธอร์แลนด์ แต่ซื้อไม่ได้ จึงกลับมาเยอรมนี ศาลสั่งให้กักตัวพ่อลูกคู่นี้ไว้ก่อน ส่วนรถยนต์ถูกยึดไปตรวจสอบ

 

ที่มา:ข่าวสด

ชาวเน็ตจวกยับ หนุ่มใหญ่นั่งล้วงเข้าไปในกางเกงดญ.ในโรงพยาบาล

โซเชียลมีเดียของจีนมีการแชร์ภาพที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ เป็นเหตุการณ์ผู้ชายวัยกลางคนเอามือล้วงเข้าไปในกางเกงของด.ญ.คนหนึ่งซึ่งนั่งอยู่บนตัก ระหว่างรอพบแพทย์ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในนครฉงชิ่ง เมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดต่อผู้เห็นเหตุการณ์ และผู้ที่ถ่ายภาพดังกล่าว เพื่อตรวจสอบว่าชายวัยกลางคนกับด.ญ.รายนี้มีความสัมพันธ์แบบไหน เป็นพ่อลูกกันหรือไม่

ก่อนหน้านี้เพิ่งมีการแชร์ภาพสุดฉาวของเด็กหญิงคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนตักของชายหนุ่มอายุประมาณ 20 ปี โดยถูกฝ่ายชายล้วงเข้าไปในเสื้อและจับหน้าอกระหว่างนั่งรถขึ้นรถไฟอยู่

ที่มา news.qq.com

อุทาหรณ์..แม่พาลูกเดินเท้าเปล่าริมชายหาด ติดเชื้อจากฉี่สุนัขจนบวมเป่ง-ไข้ขึ้น

เว็บไซต์ เมโทร ของอังกฤษรายงานเรื่องอันตรายใกล้ตัว เมื่อด.ญ.อาเรีย แม็กคาร์ต หนูน้อยวัยขวบครึ่งเกือบสูญเสียนิ้วหัวแม่เท้าไป จากอาการติดเชื้อ เนื่องจากเดินเท้าเปล่าเหยียบหาดทรายที่มีฉี่สุนัขปนเปื้อนอยู่ ระหว่างไปเที่ยวทะเลกับครอบครัวที่เมืองนอร์ทไอร์เชอร์ แคว้นสกอตแลนด์ สหราชอาณาจักร

นางเอมี-ลีห์ คุณแม่วัย 26 ปี เล่าว่า เห็นความผิดปกติ โดยตัวลูกร้อนจัด ทั้งที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ ปากเป็นสีม่วงอ่อน ต่อมาเริ่มร้องไห้ เป็นไข้ และเซื่องซึม ตนนึกว่าลูกเป็นไข้หวัดธรรมดา

 “แต่หลายวันต่อมา ดิฉันเห็นลูกเดินเหินลำบาก ลองกินยารักษาอาการติดเชื้อ แต่นิ้วหัวแม่เท้ากลับบวมเป่งมากกว่าเดิม จึงนำตัวลูกส่งโรงพยาบาล โดยแพทย์ตัดสินใจผ่าตัดเอาผิวหนังนิ้วหัวแม่เท้าทั้งหมดออก เพื่อยับยั้งพิษร้ายไม่ให้แพร่กระจายไปส่วนอื่นของร่างกาย”

คุณแม่ของหนูน้อยเล่าอีกว่า หมอเตือนการไปเที่ยวทะเลว่า เม็ดทรายที่ชายหาดมีทั้งสารเคมีหรือฉี่สุนัขที่ทำปฏิกิริยากับผิวหนัง จึงต้องตระหนักถึงความเสี่ยงหากเดินเล่นโดยไม่สวมรองเท้า

“ดิฉันรู้สึกผิดที่ไม่สวมรองเท้าให้ลูกก่อนออกไปเดินเล่นบนชายหาด ครอบครัวเราไปเที่ยวเป็นร้อยครั้ง แต่ครั้งล่าสุด ลูกถอดรองเท้า เพราะเราคิดว่าเดินบนสนามหญ้ายังถอดรองเท้าเดินได้เลย” นางลีห์กล่าว พร้อมเตือนคนมาเที่ยวทะเลพร้อมสุนัขว่า ฉี่ของมันสามารถทำอันตรายเช่นนี้ได้

ที่มา:ข่าวสด