หลานอดีตดาวร้ายดัง แจงหลังโดนถล่มยับเซลฟี่ปล่อยคนป่วยนอนพื้น ยันดูแลอยู่คนเดียวอย่างดี

หลังจากเรื่องราวได้รับการเปิดเผยว่า ‘กิตติ ดัสกร’ อดีตดาวร้ายประสบอุบัติเหตุขับรถยนต์ตกคลอง เมื่อต้นเดือนต.ค.ที่ผ่านมา ก่อนลูกสาวช่วยนำตัวส่งโรงพยาบาล โดยหมอตรวจสอบโรคแทรกซ้อน ทั้งความดัน เบาหวาน ที่สำคัญยังมีอาการอัมพฤกษ์ขาไม่มีแรง ปากเริ่มเบี้ยว จากนั้นกลับมาพักฟื้นที่บ้าน ซึ่งต่อมามีการโพสต์ข้อความจาก คิตตี้ ดัสกร เพื่อช่วยเหลือในเรื่องค่ารักษาพยาบาล อ่าน อดีตดาวร้าย‘กิตติ ดัสกร’ป่วยหนัก-เดินไม่ได้ หลังขับรถพุ่งลงคลอง ลูกสาววอนช่วย

ทั้งนี้ต่อมาพบว่า มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ว่า เหตุใด จึงปล่อยให้ ‘กิตติ ดัสกร’ นอนที่พื้น และยังมีการเซลฟี่ภาพกับคนป่วย แต่ลูกสาวกลับแต่งตัวสวยงามนั้น พบว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “ศศิประภา ดัสกร คิตตี้” ได้โพสต์ข้อความชี้แจงในเรื่องดังกล่าวว่า ความจริงตนเองเป็นแค่หลานสาว แม่ฝากให้ดูแลลุง ส่วนแม่อยู่ต่างประเทศ ซึ่งตนเองเป็นคนดูแล ลุงเพียงลำพัง ซึ่งการที่โพสต์เรียกแทนสรรพนามว่า ป๊ะป๋า เพราะเคารพและลุงเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้มีการนำเงินที่ได้บริจาคมาไปใช้ส่วนตัวแต่อย่างใด

ที่มา:ข่าวสด

เปิดคลิปนาทีตะครุบ 3 มือฆ่า หลังโพสต์เฟซบุ๊กไปร่วมงานวิวาห์เพื่อนสนิท

เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ที่ กองปราบปราม พ.ต.อ.ไมตรี ฉิมเฉิด รรท.ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.นิรันด์ ปิตะกาศ ผกก.3.บก.ป. พร้อมกำลังร่วมกับตำรวจ กก.สส.ภ.จว.สุรินทร์ เข้าจับกุมนายแสงอาทิต หรือเข็ม แก้วเกลี้ยง นายพิชา หรือ เอก ดำฝ้าย และนายจิรศักดิ์ หรือเอ็ม ดำฝ้าย ตามหมายจับศาลจ.พัทลุง คดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน,ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ได้บนถนนสายเลี่ยงเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ก่อนควบคุมตัวมาดำเนินคดี

พ.ต.อ.นิรันดร์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา นายแสงอาทิตและพวกรวม 5 คน ร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงนายไสว แกนสัง อายุ 45 ปี เสียชีวิต เหตุเกิดในพื้นที่ ต.ทุ่งนารี อ.ป่าบอน จ.พัทลุง ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ป่าบอน ได้สอบสวนและขอออกหมายจับผู้ร่วมกันก่อเหตุไว้ทั้งหมด ก่อนการจับกุมตนได้รับประสานจากตำรวจ สภ.ป่าบอน ว่า กลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 3 รายจะเดินทางมาร่วมงานแต่งงานเพื่อนสนิทที่บ้านหนองขี้เห็น อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี ทราบด้วยว่าทั้งหมดเดินทางมากับรถตู้โตโยต้า หมายเลขทะเบียน 30-0275 จ.พัทลุง จึงวางแผนเข้าจับกุมดังกล่าว

พ.ต.อ.นิรันดร์ เปิดเผยต่อว่า ภายหลังทราบว่าผู้ต้องหามาปรากฏตัวที่งานแต่งแน่นอนแล้ว แต่เจ้าหน้าที่เกรงว่าหากเข้าไปจับกุมในงานอาจเกิดอันตรายต่อแขกผู้มาร่วมงาน หากกลุ่มผู้ต้องยิงต่อสู้ จึงรอให้ถึงตอนเดินทางกลับ แล้ววางแผนใช้กำลังดักไว้ เมื่อรถของผู้ต้องหาวิ่งผ่าน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นและจับกุมดังกล่าว เบื้องต้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธ จึงแจ้งข้อกล่าวหา ก่อนนำตัวส่งให้พนักงานสอบสวนสภ.ป่าบอน ดำเนินคดีต่อไป

รายงานข่าวข่าวเปิดเผยว่า ตำรวจได้เบาะแสคนร้ายกลุ่มนี้เพราะ 1 ในกลุ่มคนร้ายได้โพสต์เฟซบุ๊กว่าไปร่วมงานแต่งงานเพื่อนที่ จ.อุบราชธานี โดยถ่ายรูปและกดเช็กอินที่อยู่ในเฟซบุ๊กด้วย ทำให้ตำรวจได้เบาะแสและติดตามล่ารถตู้คันที่คนร้ายนั่งไป กระทั่งจับได้ที่ จ.สุรินทร์

ที่มา:ข่าวสด

หนุ่มเพชรบูรณ์คิดเมนูดึงลูกค้า ผัดกระเพราถาดยักษ์ขาย ท้าลองใครกินหมดให้กินฟรี

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 1 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่าที่ร้านอาหาร “ต้มเลือดกู” เลขที่ 41/5 ถ.กลางเมืองพัฒนา ต.ในเมือง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ตั้งอยู่สระกลางเมืองเพชรบูรณ์ ทำเมนูกระเพราราดข้าวถาดใหญ่ พร้อมท้าผู้ที่สามารถกินหมดได้ในเวลาที่กำหนดให้กินฟรี แต่ถ้าหากกินไม่หมดจ่ายเพียงค่าอาหารราคาปกติ

เดินทางตรวจสอบพบนายเอกราช ประภาฬภูษิต อายุ 36 ปี เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า ตนมีอาชีพเปิดร้านให้เช่าบูชาพระเครื่อง ส่วนหน้าร้านเปิดร้านอาหารในช่วงเช้าประเภทข้าวต้ม ต้มเลือดหมู ต่อมามีลูกค้าอยากให้ขายอาหารตามสั่งด้วย จึงทำเมนูผัดกระเพราหมูสับขึ้นมาอีก 1 อย่างแต่เป็นกระเพราถาดหลุมซึ่งประกอบด้วยข้าว กระเพราหมูสับ ไข่ดาว 1 ฟอง น้ำซุบ ในราคาถาดละ 40 บาท โดยเปิดจำหน่ายมาได้ประมาณ 1 เดือนแล้วได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี

ต่อมาจึงคิดหาวิธีการเรียกลูกค้า โดยทำเมนูกระเพราถาดยักษ์ขึ้นมา ในถาดประกอบด้วยกระเพราราดข้าวซึ่งมีปริมาณเท่ากับที่ขายทั่วไปรวมกัน 7 กล่อง ไข่ดาว 4 ฟอง แตงกวา น้ำซุป ราคารวมทั้งหมด 200 บาท 1 ถาดกินได้ประมาณ 6 – 7 คน แต่ได้ท้าผู้ที่กินจุหากคนเดียวสามารถกินหมดถาดโดยไม่จำกัดเวลาก็จะให้กินฟรี แต่ถ้า 2 คนกินหมดภายใน 15 นาทีก็จะกินฟรีเช่นเดียวกัน แต่ถ้ากินไม่หมดภายในเวลาที่กำหนดก็จ่ายเพียง 200 บาทตามราคาปกติ ท่านที่ต้องการรับประทานข้าวผัดกระเพราแบบอิ่มสุดๆ ราคาประหยัดเชิญได้โดนร้านเปิดบริการวันจันทร์ – วันพฤหัสบดี 17:00-24:00 น. ส่วนวันศุกร์และวันเสาร์เปิดเวลา 17:00 – 02:00 น. หยุดวันอาทิตย์

นายเอกราช กล่าวถึงที่มาของชื่อร้าน “ต้มเลือดกู” ว่า เป็นความผิดพลาดของการสื่อสารของตนกับร้านทำป้ายโดยตนสั่งทำป้ายชื่อร้าน “ต้มเลือดกรู” หมายถึงกรูกันมากิน แต่ร้านกลับทำป้ายมาเป็น “ต้มเลือดกู” ตอนแรกตนไม่พอใจ แต่มาคิดในทางบวกว่าก็เป็นชื่อที่แปลกไปอีกแบบ จึงเป็นที่มาของชื่อร้าน “ต้มเลือดกู”

ที่มา:ข่าวสด

ข้าวแกงเทวดา! หนุ่มซื้อกลับข้าว 3 ถุงจากหาดชะอำ เช็กบิลมาราคาแพงเวอร์

เป็นอีกประเด็นที่กระทำวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก มณเฑียร พันธุ์ด้วง เผยแพร่ภาพต้มยำทะเลน้ำข้น แกงจืดเต้าหู้ กระเพาหมูสับ ที่ซื้อมา 3 ถุงจากชายหาดชะอำ จ.เพชรบุรี โดยผู้โพสต์ได้ดูราคาตามเมนูแล้ว แต่พอคิดเงินมาราคากับไม่ตรงตามเมนู โดยแม่ค้าบอกว่า ทำพิเศษให้ และคิดเงินกลับข้าว 3 ถุง ราคา 470 บาท

ซึ่งผู้โพสต์ระบุข้อความว่า #3ถุง470# นานๆพาลูกไปเที่ยวทะเลที่ ทอดไก่ ทอดหมูไปกิน เห็นว่ากับข้าวน้อย ซื้อเพิ่มซักหน่อย โอ้แม่เจ้า! เปิดเมนูสั่ง มีต้มยำทะเลน้ำข้น แกงจืดเต้าหู้ กระเพาหมูสับ เห็นราคาในเมนูแล้ว แต่พอคิดเงิน ราคาไม่ไช่ตามในเมนู พอถามแม่ค้าบอกทำพิเศษให้ ซื้อใส่ถุง กลับมานั่งกินริมหาด ได้ถ้วยโฟมมา 3 ใบ สำหรับ #คนฐานะอย่างเรา# ถือว่า #โคตาระแพง# เลย
แม่ส้ม สายฮา—ที่ ชายหาดชะอำ จ.เพชรบุรี

ที่มา:ข่าวสด

ภาพประทับใจ กะเหรี่ยงเวียงป่าเป้า รวมตัวชมถ่ายทอดพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

วันที่ 26 ต.ค. เฟซบุ๊กเพจ Realframe โพสต์ภาพที่ถ่ายโดย Visarut Sankham โดยเป็นภาพที่ชาวบ้านรวมตัวกันดูการถ่ายทอดสดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทางโทรทัศน์ พร้อมเขียนข้อความบรรยายว่า

“เป็นภาพที่ ชาวบ้านปกาเกอะญอ ในอ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย รวมตัวกันชมการถ่ายทอดสดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ผ่านทางโทรทัศน์ที่ใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์”

ที่มา:ข่าวสด

ชาวโพธารามบวงสรวงตัดกล้วยตานีใช้แทงหยวกประดับพระจิตกาธาน

  เมื่อวันที่ 25 .ที่ชุมชนบ้านหม้อ หมู่ที่ 6 ตำบลคลองตาคต อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี นายศิริผล เล็กวงษ์ ผู้ดำเนินการสร้างภูมิสถาปัตยกรรมและภูมิทัศน์รอบพระเมรุมาศจำลอง เป็นประธานในการประกอบพิธีบวงสรวง โดยผู้กระทำพิธีจากหมอครูกลุ่มอนุรักษ์งานแทงหยวกบ้านหม้อ ได้นำเครื่องขมารุกขเทวดา ตลอดจนเบี้ยหอยซื้อพระแม่ธรณี ในพิธีตัดต้นกล้วยตานีเพื่อใช้แทงหยวกและเป็นเครื่องสดประดับพระจิตกาธาน ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร  พระเมรุจำลอง ภายในวัดมหาธาตุวรวิหาร พระอารามหลวง จังหวัดราชบุรี

โดยหลังพิธีการบวงสรวงแล้วเสร็จ นายกรีดา ออกฉิม ประธานกลุ่มกลุ่มอนุรักษ์งานแทงหยวกบ้านหม้ออำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ใช้มีดตัดต้นกล้วยเอกที่ประดับผ้าสามสี เป็นต้นแรกในพื้นที่ของ ตำบลคลองตาคต อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี โดยมีชาวบ้านมาช่วยกันคอยประคองขณะต้นล้มเอน พร้อมนำใบตองสดวางไว้รองรับต้นกล้วย ก่อนจะนำไปทำพิธีการแทงหยวกในวันพรุ่งนี้เวลา 17.00 .รวม 10 ต้น พร้อมกันด้วยความละเอียดรอบคอบ


เพื่อไม่ให้ระคายถึงผิวของต้นกล้วย จากนั้นจึงร่วมกับชาวบ้านทำการขนย้ายต้นกล้วยตานีไปเก็บรักษาไว้ก่อนเตรียมเคลื่อนย้ายไปยัง พระเมรุจำลอง วัดมหาธาตุวรวิหาร พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ตามลำดับ


นายกรีดา ออกฉิม ประธานกลุ่มกลุ่มอนุรักษ์งานแทงหยวกบ้านหม้อ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เปิดเผยว่า ต้นกล้วยตานีของหมู่บ้านหม้อ ที่คัดเลือกนำไปใช้แทงหยวกใช้ร่วมเครื่องสดประดับพระจิตกาธานในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงเมรุจำลองวัดมหาธาตุวรวิหาร พระอารามหลวง มีจำนวนทั้งสิ้น 10 ต้น

ต้นกล้วยทั้งหมดมีคุณสมบัติเฉพาะ ทั้งลำต้นอวบใหญ่วัดรอบได้ไม่ตำกว่า 60-80 เซนติเมตร มีความสูงเมตร ขึ้นไป ลำต้นตรงตระหง่าน ซึ่งทางกลุ่มอนุรักษ์การแทงหยวกได้ทำการดูแลมาตลอดระยะเวลากว่า 1 ปี โดยต้นกล้วยตานีที่ใช้ประกอบพิธีจะมีคุณสมบัติพิเศษ คือลำต้นตรง กาบกล้วยมีมาก ไม่หนาหรือบางจนเกินไป ภายในมีกาบมีรังผึ้งมากกว่าต้นกล้วยชนิดอื่น เมื่อนำไปใช้จึงไมเหี่ยวเฉา

ที่มา:ข่าวสด

ประชาชนเริ่มจับจองพื้นที่รอบท้องสนามหลวง รอชมพระราชพิธีถวายพระเพลิง 26 ต.ค.

เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 23 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณท้องสนามหลวง มีประชาชนบางส่วนมาจับจองพื้นที่บริเวณช่วงหน้ามหาลัยธรรมศาสตร์เพื่อรอร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค.ที่จะถึงนี้

สำหรับบรรยากาศโดยทั่วไปมีจิตอาสามาร่วมขนย้ายดอกไม้จันทน์ เพื่อส่งไปตามจุดที่มีการเปิดให้วางดอกไม้จันทน์ตามสถานที่ต่างๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ยังมีประชาชนจำนวนมากให้ความสนใจมาถ่ายรูปพระเมรุมาศ โดยเฉพาะช่วงฟ้ามืดลงที่เจ้าหน้าที่เริ่มเปิดไฟบริเวณพระเมรุมาศ

ที่มา:ข่าวสด

 

แชร์ว่อน แฉกลางตลาดขายหมูย้อมสีอ้างเป็นเนื้อวัว โก่งราคา แม่ค้าท้าตรวจสอบ (คลิป)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีการแชร์คลิปจากพ่อค้าอาหารตามสั่งรายหนึ่ง ซึ่งระบุว่า แม่ค้าในตลาด จ.ชลบุรี มีการนำเนื้อหมูมาย้อมสี และอ้างว่าเป็นเนื้อวัว ซึ่งเนื้อหมูกิโลละ 100 แต่เนื้อที่อ้างว่าเป็นเนื้อวัว ขายกิโลละ 200 แต่เนื้อวัวจริงๆ ขายกิโลละ 250 บาท

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่า กรณีดังกล่าวมีการแจ้งความเพื่้อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบแล้ว โดยแม่ค้าอ้างว่า รับมาจากเขียงเนื้อที่ จ.กาญจนบุรี แต่เนื้อดังกล่าวเป็นส่วนของเศษเนื้ออาจจะมีสีซีดบ้าง แต่ยืนยันว่า ไม่ได้มีการย้อมสีแต่อย่างใด รับมาขายแบบไหนก็ขายแบบนั้น ซึ่งเนื้อดังกล่าวอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบต่อไป

ที่มา:ข่าวสด

คนร้ายโหด! บุกกระหน่ำยิงพ่อขณะนั่งกินข้าวเช้ากับลูกดับสลด ก่อนเผ่นหนี!

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 18 ต.ค. ร.ต.ท.ธนเดช เทพพิมพา ร้อยเวร สภ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้ปืนยิงราษฎรไทยมุสลิมเสียชีวิต 1 ราย บริเวณ ทางเข้าศูนย์อุตสาหกรรมฮาลาล พื้นที่ ม.3 บ้านท่าสู ต.บ้านน้ำบ่อ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบศพนายอายิด มาแฮ อายุ 48 ปี บ้านเลขที่ 99 ม.3 ต.ตันหยงลูโละ อ.เมือง จ.ปัตตานี และพบหัวกระสุนปืนพกสั้นยังไม่สามารถระบุขนาดได้ จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายอายิดกำลังนั่งกินข้าวกับลูกอยู่บนศาลาหน้าบ้านของนายจ้าง ระหว่างนั้นมีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้ปืนกระหน่ำยิงเข้าที่นายอายิดต่อหน้าลูก จนเสียชีวิตดังกล่าว

ทั้งนี้ หลังจากก่อเหตุคนร้ายได้หลบหนีไปอย่างลอยนวล ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสอบถามพยานในที่เกิดเหตุเพื่อระบุรูปพรรณของคนร้ายเพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป ส่วนสาเหตุยังอยู่ระหว่างการสืบสวนและสอบสวนว่าเกี่ยวกับเหตุความไม่สงบหรือความขัดแย้งส่วนตัว เนื่องจากนายอายิดเป็นคนกรือเซะ ต.ตันหยงลุโล๊ะ อ.เมืองปัตตานี แล้วแต่งภรรยาในหมู่บ้านที่เกิดเหตุซึ่งบ้านของนายอายิดห่างจากจุดเกิดเหตุเพียง 100 เมตร

ที่มา:ข่าวสด

ระทึก! รถพ่วง18ล้อยูเทิร์นกระทันหัน รถตู้รับพนักงานต่างชาติเบรกไม่ทันพุ่งชนร่างติดคาซาก เจ็บสาหัส

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 17 ต.ค. ร.ต.อ.สมพร ปานจันทร์ รอง สว.สภ.บ่อวิน รับแจ้งเหตุมีรถตู้ชนท้ายรถพ่วงที่สี่แยกสัญญาณไฟจราจร หลังนิคมเหมราชชลบุรี ม.8 ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเพียวเยี้ยงไท้ศรีราชา

ที่เกิดเหตุพบรถตู้ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน ฮภ6164 กทม. สภาพชนอัดท้ายรถพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้ออีซุซุ ทะเบียน ส่วนหัว70-5664 พระนครศรีอยุธยา ส่วนหาง 70-2977 พระนครศรีอยุธยา ส่วนคนขับรถตู้ชื่อนายเกรียงศักดิ์ ป้องกัน อายุ 29 ปี ติดอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดถ่างเข้าให้การช่วยเหลือ โดยใช้เวลากว่า 25 นาที จึงสามารถช่วยเหลือนำตัวออกมาได้ โดยบาดเจ็บบริเวณขาขวา นอกจากนี้ ยังพบผู้บาดเจ็บเป็นชาวอเมริกา ชื่อนายคริสติน จอห์น ไคลปิรีก อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นพนักงานบริษัทที่นั่งมาในรถตู้ บาดเจ็บที่ขาขวาและก้านคอ เนื่องจากได้รับความกระทบกระเทือน เจ้าหน้าที่จึงเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลพญาไทศรีราชา

สอบสวนทราบว่า รถตู้คันดังกล่าว รับพนักงานมาเพียงคนเดียวซึ่งเป็นชาวต่างชาติที่บาดเจ็บดังกล่าว เพื่อไปส่งที่นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง ถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นสี่แยกสัญญาณไฟจราจรมีรถพ่วง 18 ล้อบรรทุกสินค้าได้เลี้ยวยูเทิร์นตัดหน้ากระทันหันเพื่อกลัยรถไปที่มาบเอียง ทำให้รถตู้เบรกไม่ทันพุ่งชนอย่างแรงและรถพ่วงได้ลากไปจอดบริเวณจุดยูเทิร์นอีกฝั่งหนึ่งดังกล่าว

ด้าน นายสมัย ฤทธิ์คล่อม อายุ 44 ปี คนขับรถพ่วง 18 ล้อ กล่าวว่า กำลังจะเลี้ยวยูเทิร์นแต่รถตู้ได้พุ่งชนท้ายแล้วติดมาที่ท้ายรถ จึงยูเทิร์นแล้วจอดรอเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว ซึ่งทางตำรวจจะได้สอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้งเพื่อหาคนผิดมาดำเนินคดีต่อไป

ที่มา:ข่าวสด