พระเอกนางเอกเฮเรียนจบ!! แถมเกียรตินิยม เหนื่อยหนักกว่าถึงวันนี้ ‘ต่อ-เดียร์น่า’สุดดีใจ

วันที่ 13 พ.ย. ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน จัดซ้อมใหญ่พิธีพระราชทานปริญญาบัตร ประจำปี 2560 โดยในปีนี้มีนักแสดงที่สำเร็จการศึกษาเข้าร่วมซ้อมพิธีดังกล่าว ได้แก่ ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร พระเอกหน้าตี๋ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะอุตสาหกรรมเกษตร สาขาเทคโนโลยีการบรรจุและวัสดุ , เดียร์น่า ฟลีโป นางเอกช่อง 3 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี เกียรตินิยมอันดับ 2 จากคณะมนุษยศาสตร์ ภาควิชาภาษาไทย และ เจด้า-ศรัณย่า ชุณหศาสตร์ นักแสดงช่อง 7 สี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะมนุษยศาสตร์ ภาควิชาวรรณคดี สาขาวิชาเอกวรรณคดีไทย ท่ามกลางความยินดีของครอบครัว ญาติพี่น้อง และแฟนคลับที่มาให้กำลังใจล้นหลาม

โดย ‘ต่อ-ธนภพ’ เผยว่า “วันนี้เป็นวันซ้อมใหญ่ รู้สึกยิ่งใหญ่ครับ ยกลูกโป่งกันมาทีละอันสองอัน ต้องขอบคุณบุคคลที่ติดตามที่น่ารักทุกคน น่าจะช่วยกันรวมเงินและมีขนมมาแจกด้วยน่ารักไปหมด ต้องขอบคุณแฟนคลับทุกคนมาก จริงๆ ผมก็อยากให้ความสุขกับคนที่มาให้ครบทุกคน ส่วนแฟนคลับก็ให้ของขวัญเยอะมากแต่ผมยังไม่ได้เปิดดูเลย ถามว่าเหนื่อยหนักไหมกว่าจะมาถึงวันนี้ได้ หนักมากครับ แต่ไม่หนักเกินไป วันนี้แสดงให้เห็นว่าเราก็ทำได้เหมือนกัน ส่วนครอบครัวจะมาแสดงความยินดีในวันรับจริง วันนั้นเราอยากให้ครอบครัวเป็นหลัก เลยชวนพี่ๆ แฟนคลับมากันวันนี้ หลังจากนี้ก็จะทำงานเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ก่อน แล้วอาจจะมองหาปริญญาโทเรียนด้วย แต่ขอเวลาคิดก่อนว่าจะเรียนด้านไหนดี”

ด้าน ‘เดียร์น่า’ กล่าวว่า “วันซ้อมใหญ่ก็คล้ายๆ รับจริง รู้สึกดีและโล่งที่เรียนจบแล้ว 4 ปีคือเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยก็เครียดเหมือนกัน ตอนแรกก็กังวลว่าเราจะผ่านไปได้ยังไง แต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้ และดีใจที่วันนี้มาถึง แถมยังได้เกียรตินิยมอันดับ 2 ด้วย เดียร์ก็ไม่คาดคิดว่าต้องได้เหมือนเป็นความพยายามของเราด้วย ตอนแรกก็เรียนโอเคผ่านไปได้ก็พอ พอเราเริ่มเรียนไปเกรดมันเริ่มจะถึงแล้วนะ เลยลองสู้ดูซิ! ให้ได้เกียรตินิยมก็ได้อันดับ 2 มาก็ดีใจและภูมิใจมาก คุณแม่ก็ดีใจด้วย เรามีเพื่อนที่ดีคอยช่วยเก็บเล็กเชอร์ให้คอยติวให้ช่วงก่อนสอบ จริงๆ การเรียนในมหาวิทยาลัยเรื่องเพื่อนเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เดียร์โชคดีเรื่องเพื่อนจริงๆ ที่ได้เพื่อนดี เรียนไปด้วยทำงานไปด้วยก็หนัก วันนี้กองก็จะเอา เรียนก็ต้องเข้า เราก็กดดันจะทำไงดี จะไม่ให้กองเขาก็ทำงานต่อกันไม่ได้ แต่เราไม่มาเรียนก็โดนเช็กชื่อขาด ได้ลองคุยกับอาจารย์ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ อาจารย์ก็น่ารัก เดียร์เป็นเด็กที่มาเรียนตลอดแทบไม่เคยขาด พยายามให้เขาเห็นว่าเราตั้งใจไม่ได้อยากจะขาดนะ อาจารย์ก็ช่วย กองถ่ายก็เข้าใจด้วย มันเลยผ่านมากด้วยดี

ส่วนของขวัญให้ตัวเองไม่มีนะ ไม่ได้คิดจะซื้ออะไรให้ตัวเองเลย จะเป็นคนอื่นที่ให้มากกว่า หลังจากนี้ก็รับละครเต็มที่เลย 2 เรื่อง เพราะช่วงที่เรียนเราก็หายไปนานมาก หลายคนบ่นทำไมไม่มีละครออกอากาศเลย เดียร์ก็หยุดไว้ก่อนเพราะเรียนปี 4 มันหนัก กะว่าเรียนทีเดียวให้จบจะได้ลุยงานเต็มที่ ตอนนี้ก็มีเรื่อง “ชาติเสือพันธุ์มังกร” เล่นกับพี่เจมส์ มาร์ และ “สัตยาธิษฐาน” เล่นกับพี่สน(ยุกต์ ส่งไพศาล) น่าจะได้ชมกันต่อเนื่อง แต่ต้องรออีกหน่อยประมาณช่วงปีหน้า อย่าเพิ่งลืมกันนะคะ”

‘เจด้า’ เผยว่า “รู้สึกดีใจถึงแม้วันนี้จะเป็นวันซ้อมใหญ่แต่ทุกคนก็มาแสดงความยินกันเหมือนวันจริงเลย เราก็ผ่านมาได้มันก็ลำบากเหมือนกันเพราะต้องทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ช่วงแรกๆ จะหนักเหมือนเรายังปรับตัวไม่ได้ เจด้าเข้าวงการตอนเรียนประมาณปีที่ 2 ก็ปรับตัวไม่ทัน การเรียนก็เลยจะช้าหน่อย เราก็จะจบช้ากว่าเพื่อนไปปีนึงแต่ก็ดีใจที่จบเหมือนกัน จนมาถึงวันนี้ได้เห็นแม่กับพ่อยิ้ม เห็นทุกคนยิ้มให้และให้กำลังใจเราก็รู้สึกมีความสุข อยากจะขอบคุณทุกคนสำหรับกำลังใจที่ให้มาเสมอ เราก็รู้สึกภูมิใจที่วันนี้เรียนจบแล้ว แต่สิ่งที่ภูมิใจมากที่สุดเลยคือเห็นคุณพ่อคุณแม่มีความสุข อันนี้เป็นก้าวแรกที่เราจะต้องก้าวออกไปอีกหลายๆ ก้าวก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด เพื่อนๆ กับอาจารย์มีส่วนช่วยมาก พอเพื่อนทราบว่าเราทำงานตรงนี้เวลามีงานอะไรเขาจะคอยช่วยเหลือตลอด รวมถึงรุ่นน้องด้วยและอาจารย์ก็ใจดี บางครั้งเรามาสอบไม่ได้ก็จะขอสอบย้อนหลังแทน ของขวัญให้ตัวเองก็คงเป็นใบปริญญาใบนี้ รวมถึงเป็นของขวัญให้คุณแม่คุณพ่อด้วย หรืออาจจะเป็นจัดทริปชวนครอบครัวไปเที่ยว ส่วนหลังจากนี้ก็จะลุยงานให้เต็มที่ก่อน อาจจะสักปีหน้ามีแพลนว่าจะเรียนต่อปริญญาโทด้านบริหารค่ะ”

“ข่าวสดออนไลน์” ขอแสดงความยินดีล่วงหน้ากับว่าที่บัณฑิตทุกคน

ที่มา:ข่าวสด

‘หมอลักษณ์’ฟันธง! ราศีที่ช่วงนี้มีเกณฑ์โดนของและมีเคราะห์หนัก

ในช่วงนี้ดวงชะตาของใครหลายคนอาจมีการเปลี่ยนแปลง ทางหมอลักษณ์ เรขานิเทศ โหรฟันธงชื่อดัง ได้ฟันธงราศีที่ช่วงนี้มีเกณฑ์โดนของและมีเคราะห์ ในรายงานศึก 12 ราศี

โดยราศีที่มีเกณฑ์โดนของและมีเคราะห์ หมอลักษณ์ฟันธงว่า ราศีมีน

โดยระบุว่า ราศีมีน ช่วงนี้จะมีเคราะห์ โดยช่วงกลางคืนอยากเจออะไรอย่าไปทัก เพราะอาจโดนของและมีเคราะห์ได้ ช่วงนี้จึงควรตั้งสติให้อยู่กับตัว หาพระไปรดน้ำมนต์ เพื่อเป็นการนำสิ่งร้ายๆออกจากตัวไป

ที่มา:ข่าวสด

งงกระแส!! แห่ให้กำลังใจ‘กุญแจซอล’พาลูกกลับบ้านแล้ว เผยภาพล่าสุด-สามีพูดครั้งแรก

ยังเป็นกระแสดราม่าครอบครัว นางเอกสาว กุญแจซอล ป่านทอทอง บุญทอง ที่สร้างความงุนงงให้กับสังคมว่า ตกลงปัญหาครอบครัวนี้แท้จริงเป็นอย่างไร หลังนึกคิด บุญทอง นักแสดงรุ่นใหญ่ พ่อของกุญแจซอล และ มุกดา ผู้เป็นแม่ ออกมาแฉพฤติกรรมต่างๆ นานา ของลูกสาว พร้อมประกาศตัดขาดจากครอบครัว ทำเอาเกิดกระแสโจมตีนางเอกสาวอย่างหนัก แต่ล่าสุดกระแสตีกลับหลังมีการขุดคุ้ยในโซเชี่ยล พบข้อความต่างๆ ที่มารดาของกุญแจซอล เคยโพสต์ลักษณะด่าลูกสาวรุนแรง หลายครั้ง

ล่าสุด กุญแจซอล เดินทางออกจาก รพ. กลับบ้านแล้ว โดยโพสต์ภาพลูกชาย น้องเทคออฟ พร้อมข้อความว่า “แก้มผมมาละครับบบบ #Take off #ผมเทคออฟครับ” ก็มีคนเข้ามาแห่ให้กำลังใจ จนมีคนบอกว่าโลกโซเชี่ยลนี่นางงเมื่อวานยังด่าเค้าอยู่เลย วันนี้ให้กำลังใจเค้างงจริงๆ ขณะที่ก็ยังมีคนเข้ามาคอมเม้นต์ต่อว่า ยังไงก็ไม่ควรทำกับพ่อแม่แบบนี้

ขณะสามีกุญแจซอล เปิดปากครั้งแรกขณะมีผู้สื่อข่าวไปเยี่ยมก่อนออกจากรพ.ว่า ขอให้เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่อยากพุดอะไร ดีใจมาก ขอบคุณที่มาเยี่ยม ขณะ กุญแจซอล ใบหน้ายิ้มแย้ม บอกว่า สภาพจิตใจโอเค ขอกลับไปพักรักษาตัวที่บ้าน ส่วนลูกชายไม่งอแง แต่ไม่รู้กลับไปบ้านแล้วจะงอแงหรือไม่

ขอบคุณ APOP บันเทิง 34

โดนเทวิ่งมาราธอน! พอวันงานถึงกับเหวอ ไม่มีอะไรเลย จู่ๆ ยกเลิกกระทันหัน เงินก็เก็บไปแล้ว

สมาชิกเฟซบุ๊กเพจ “แหม่มโพธิ์ดำ” ได้ออกมาโพสต์เรื่องราวสุดฉาว หลังมีการจัดวิ่งมาราธอนที่ จ.พิษณุโลก โดยมีเก็บเงินค่าสมัคร รายละ 400-600 บาท แต่พอถึงเวลากลับไม่มีการดำเนินการแต่อย่างใด ซึ่งรายละเอียดดังกล่าว ทราบว่าได้มีการจัดวิ่งมาราธอน ที่ อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก จากเพื่อนๆ นักวิ่งที่แชร์กันผ่านเฟซบุ๊ก โดยงานจะจัดขึ้นในวันที่ 14 ต.ค. ใช้ชื่องาน และมีการแจ้งกิจกรรมออกมาเป็นระยะๆ ซึ่งค่าสมัครสำหรับระยะทาง 42 กิโลเมตร 600 บาท 21 กิโลเมตร 500 บาท และ 10 กิโลเมตร 400 บาท

รวมถึงมีการโฆษณาชวนเชื่อมากมายเช่น เงินรางวัลที่ค่อนข้างสูงกว่ารายการอื่นๆ จัดสร้างที่พักใหม่ให้ และเสื้อยี่ห้อดัง จึงตัดสินใจสมัครโดยโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารตามที่แจ้ง โดยทราบภายหลังว่าเป็นบัญชีของแม่ประธานกรรมการจัดงาน ภายในเวลาไม่นาน ก็มีคนเข้ามาสมัครถึง 1,200 คน และจะมีการส่งมอบเสื้อรวมถึงหมายเลขทางไปรษณีย์ ก่อนถึงวันแข่ง 1 เดือน จากนั้นวันที่ 17 ก.ย. ได้ประกาศว่าส่งทางไปรษณีย์ไม่ทันเพราะการผลิตล่าช้า ให้ไปรับในวันงาน

กระทั่งช่วงเย็นวันที่ 13 ต.ค. ก็เริ่มมีนักวิ่งทยอยกันมาในพื้นที่เพื่อเตรียมตัว แต่กลับพบว่าไม่มีอะไรตามที่โฆษณาไว้เลย ที่พักก็เป้นอาคารเรียนในพื้นที่ เสื้อก็ไม่มี เหรียญรางวัล ถ้วยรางวัลก็ไม่มี ไม่มีซุ้มปล่อยตัว ไม่มีเจ้าหน้าที่มาจับเวลาผ่านชิบการ์ด รวมถึงไม่มีป้ายแสดงระยะทาง

จนกระทั่งเจ้าของงานได้ประกาศยกเลิกการจัดงาน โดยอ้างว่าไม่ได้อยากเลิกแต่เหมือนโดนบังคับให้เลิก สุดท้ายมีประกาศให้ส่งข้อมูลทางอีเมล์ เพื่อจะจ่ายค่าสมัครคืนในวันที่ 15 พ.ย.60 แต่จนถึงวันนี้ก็ยังมีการทวงค่าสมัครคืน ซึ่งมั่นใจว่าคงจะไม่ได้คืนแล้ว

ที่มา:ข่าวสด

จับผิดเลิกแฟนหนุ่ม!! ‘ขวัญ’แจงสัมพันธ์‘กอล์ฟ’ รับห่วงแม่ป่วยกลับไปเป็นเด็ก-เดินยังหลง

ถูกจับผิดว่าไม่ได้ไปร่วมงานวันเกิดคุณแม่ของหนุ่มกอล์ฟ-พิชญะ แฟนหนุ่ม สำหรับนางเอกสาว ขวัญ-อุษามณี ไวทยานนท์ แถมช่วงหลังนี้ไม่ค่อยเห็นทั้งคู่ไปไหนมาไหนด้วยกัน บวกกับไม่ค่อยมีรูปคู่หวานในไอจีเหมือนเมื่อก่อน เลยมีคนมาคอมเม้นต์ว่าทั้งคู่เลิกกันแล้ว มีโอกาสเจอสาวขวัญมาร่วมงานเปิดกล้องละครเรื่อง “แม่สื่อปากร้ายกับผู้ชายรสจัด” ที่บริษัท กันตนา รัชดา ให้เจ้าตัวอัพเดตความรักกับหวานใจหนุ่มกอล์ฟ ยังรักกันหวานชื่นดีอยู่มั้ย

ขวัญ เผยว่า “วันเกิดแม่พี่กอล์ฟ ก็ส่งข้อความอวยพรไปให้คุณแม่ค่ะ ซึ่งวันนั้นขวัญก็ต้องพาคุณแม่ของขวัญไปตรวจร่างกาย ตรวจสุขภาพ คุณแม่ของขวัญก็ป่วยเหมือนกันค่ะ ขวัญยังไม่มีเวลานอนเลย กับพี่กอล์ฟก็ยังไม่มีเวลาไปเจอเลยค่ะ”

คุณแม่ไม่สบายเป็นอะไร “คุณแม่คงไม่อยากให้บอกค่ะ ถามว่าน่าเป็นห่วงมั้ย คือเราก็เป็นห่วงอยู่แล้ว เหมือนคนสูงอายุก็มีแต่ทรุดมีแต่เสื่อมลง ขวัญทำงานตลอด พอถึงเวลาก็ต้องพาคุณแม่ไปหาคุณหมอ ไปหลายโรงพยาบาลเหมือนกันกว่าจะโอเค”

ต้องไปหาหมอบ่อยมั้ย “ต้องไปเช็คบ่อยกว่าเดิม ก็พยายามให้คุณแม่ใกล้คุณหมอด้วย เพราะว่าคุณแม่ก็กลับไปเป็นเด็ก กลัวคุณหมอ เดินไปยังหลงทางเลยค่ะ ถ้าเราไม่อยู่กับคุณแม่ ใครจะอยู่”

เครียดมั้ย “ไม่เครียดค่ะ เรามีแม่อยู่ให้เรารักษาก็ยังดีกว่า ตอนนี้ก็ดูแลไปตามกำลังค่ะ”

ขวัญอยู่ดูคุณแม่มากขึ้นมั้ย “ใช่ค่ะ ทุกวันนี้ขวัญก็ทำงานหนัก ก็ต้องดูเรื่องที่บ้านด้วย ดูเรื่องธุรกิจด้วย เวลาส่วนตัวก็ไม่ค่อยมี เราก็ต้องเอาเวลาให้คุณแม่ก่อน ถามว่าท่านดื้อมั้ย จะดื้อเรื่องกินมากกว่า มันคือความสุขเนอะ ความผิดก็อยู่ที่คุณพ่อแล้ว ที่เคยตามใจพวกเราว่าอยากทานอะไรก็ทานเลย ก็เป็นห่วงเรื่องการกินค่ะ คุณแม่ชอบทานอาหารอร่อยๆ”

ตอนนี้ได้โรงพยาบาลที่โอเคแล้วใช่มั้ย “ใช่ค่ะ ก็ได้เพื่อนๆขวัญด้วย ที่ให้ความรู้ ควรจะไปปรึกษาหมอที่ไหน โรงพยาบาลอะไรค่ะ หมดห่วง แต่ก็สบายใจที่เรายังมีคุณแม่อยู่ข้างๆ ตัวขวัญเองไม่มีโอกาสพาคุณพ่อไปรักษาเลย คุณพ่อต้องตื่นตีห้าไปเข้าคิวที่โรงพยาบาลตำรวจ ไม่บอกเรา มาเจออีกทีก็ตอนเย็นแล้ว”

ทำให้เราโตขึ้น “ใช่ค่ะ เป็นช่วงเวลาที่เราต้องแบกความรับผิดชอบที่เราต้องทำค่ะ ถือว่าเป็นผู้ใหญ่รู้จักวุฒิภาวะ พัฒนาตัวเองค่ะ”

กับกอล์ฟเลยไม่ค่อยมีเวลาเจอกัน “ใช่ค่ะ ไม่ค่อยมีเวลาเจอกัน พี่กอล์ฟก็ทำงาน ต่างคนต่างทำงาน ก็ช่วยเหลือกัน ติดต่อคุยกันค่ะ”

กอล์ฟชวนไปงานวันเกิดคุณแม่มั้ย “ชวนค่ะ แต่พี่กอล์ฟก็เข้าใจ หม่าม้าก็เข้าใจค่ะว่าเราเป็นลูกก็ต้องดูแลคุณแม่จะให้ขวัญไปส่งคุณแม่แล้วมาปาร์ตี้ต่อ มันก็คงไม่ดี”

หลายคนจับผิดว่าทำไมเราไม่ไป “ทุกสิ่งทุกอย่างมันย่อมมีเหตุผลค่ะ ความอยากมันมีทุกคนอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าอะไรมีกรอบว่ามันควรไม่ควร ณ สถานการณ์ตรงนั้นว่าเราควรจะทำอะไร”

ขวัญก็ไม่ได้โพสต์ภาพคู่ด้วย “ใช่ค่ะ ไม่มีเวลา”

คนก็ไปคอมเม้นท์ว่าเลิกกันแล้วซิ ไม่มีรูปเลย “ใช่ค่ะ พี่กอล์ฟก็ตอบชัดเจนเลยว่า ไม่เลิกโว้ย”

มีคุยกันมั้ยเรื่องเวลาว่ามันจะน้อยลง “คนเราจะอยู่ด้วยกันมันต้องเข้าใจกันค่ะ เราก็ต้องมีอะไรที่มันพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่ใช่อยู่แค่คนสองคน ถ้าเรายิ่งอยู่สองคนแล้วชีวิตถดถอยไม่เหลือใครเลย มันเป็นช่วงที่เราต้องตระหนักว่าสิ่งที่เราทำมันถูกรึเปล่า ขวัญก็ดำเนินตามคุณพ่อคุณแม่ที่เค้าเคยสอนเรา ครูที่เคยบอกว่าอะไรที่มันดีหรือไม่ดี บางทีขวัญก็อยากนอนอยู่บ้าน ไม่อยากทำงานบ้าง แต่มันเป็นสิ่งที่เราต้องทำ ต้องรับผิดชอบ”

ไม่เป็นปัญหาใช่มั้ยเมื่อก่อนเจอกันบ่อยแต่ตอนนี้เจอกันน้อยลง “ไม่เป็นปัญหาค่ะ ถามว่าเราคุยกันมั้ย ก็เข้าใจกันอยู่แล้วค่ะ ไม่ต้องคุยอะไร มันเป็นไปโดยกระบวนการทางความคิดมากกว่า เพราะว่าขวัญเหนื่อย ก็ไม่ได้พูด เพราะขวัญพูดในเวลาที่ขวัญประชุมเยอะแล้ว กลับมาบ้านก็อยากอยู่เฉยๆ นิ่งๆ เงียบๆ เล่นกับหมากับแมว นอนกับคุณแม่”

ยืนยันว่าความสัมพันธ์กับกอล์ฟ ยังดีเหมือนเดิม “โอเคค่ะ” (ยิ้ม)

ที่มา:ข่าวสด

รีวิวสุดจ๊าบ ย้อนอดีตเผยภาพสวนสนุกแฮปปี้แลนด์ ก่อนกลายเป็นตลาดดังทุกวันนี้

เป็นเรื่องปกติไปแล้วสำหรับยุคนี้ เมื่อมีแหล่งท่องเที่ยว ที่กิน ที่ช้อป เกิดขึ้นที่ไหนก็ต้องมีการเขียนรีวิวถึงสถานที่นั้นๆ แต่กระทู้นีกำลังเป็นที่พูดถึงในโลกโซเชียล เมื่อมีสมาชิกพันทิป หมายเลข 4197509 ได้มาตั้งกระทู้ ที่ต้องใช้คำว่าสุดจ๊าบ เพราะเป็นการรีวิวเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อ 40 ปี ก่อน โดยตั้งกระทู้ว่า “ทริปพาลูกเที่ยวแฮปปี้แลนด์เมื่อ 40 ปีก่อน” ซึ่งเดิม บริเวณตลาดแฮปปี้แลนด์ที่คนพลุกพล่านในวันนี้ เมื่อ 40 ปี ก่อน เคยเป็นสถานที่สุดฮิต คือ สวนสนุกแฮปปี้แลนด์ที่ผู้คน พากันไปเที่ยว เรียกได้ว่า เป็นสวนสนุกที่เป็นตำนานจนถึงทุกวันนี้เลยทีเดียว โดยผู้โพสต์ได้นำภาพของครอบครัวพร้อมบอกเล่าบรรยากาศให้หลายๆ คนได้นึกถึง และเห็นภาพของกรุงเทพเมื่อ 40 ปีก่อนด้วย

ผู้โพสต์ ระบุว่า สมัยที่แม่พาลูกไปเที่ยว ตอนนั้นปี 2521 เศรษฐกิจสมัยนั้นยังไม่ค่อยดี คนส่วนใหญ่ยังมีรายได้ไม่มากนัก จำได้ว่าทองยังบาทละไม่เกิน 3,800 บาท แต่ค่าเข้าสวนสนุกราคา 50 บาท (เด็กเข้าฟรี) ถือว่าแพงเลยทีเดียว การไปเที่ยวทีนึง จึงถือเป็นเรื่องใหญ่

แฮปปี้แลนด์ที่ปัจจุบันกลายเป็นตลาดสดแฮปปี้แลนด์ หรือหลายคนอาจจะรู้จักในฐานะปลายทางรถเมล์สาย 8 ไปแล้วนั้น ในสมัยเมื่อสัก 40 ปีก่อนนั้นเป็นสถานที่ที่น่าเที่ยว ตื่นเต้นมากๆ สำหรับคนกรุงเทพ มองจากภายนอกเวลานั่งรถผ่าน  จะเห็นเป็นปราสาทแบบฝรั่งดูใหญ่โต ใครๆก็มองจนต้องเหลียวหลัง แม่ก็ตั้งใจว่าสักวันหนึ่งจะต้องพาลูกมาเที่ยวสักครั้ง

แล้วแม่กับสามีก็ตัดสินใจจะพาลูกไปเที่ยวกับเค้าบ้าง พวกเราเตรียมตัวกันเป็นอาทิตย์
สมัยนั้นเราเปิดร้านขายเสื้อผ้าอยู่แถวราชวัตร วันนั้น เราตัดใจปิดร้านวันนึง ทั้งๆที่ปกติเปิดทุกวันทั้งปีไม่เคยปิด ไม่ว่าจะเทศกาลอะไรก็ตาม พวกเราสามพ่อแม่ลูก ลูกชายแม่ตอนนั้นอายุยังไม่สองขวบดี
เราต้องอาศัยนั่งรถเพื่อนไปด้วยกันจากราชวัตรไปถึงลาดพร้าว แถวๆคลองจั่น ซึ่งขณะนั้นยังเป็นทุ่งนาเต็มไปหมด แต่ถึงแม้รถจะไม่ติด ก็ยังกินเวลาเดินทางเกือบชั่วโมงกว่า

 และก็คงเพราะเราไม่ได้ออกมาเที่ยวกันบ่อยๆ ได้เที่ยวกันที พวกเราก็เลยแต่งตัวกันเต็มที่
แฟชั่นผู้หญิงสมัยนั้นนิยมใส่ชุดเป็นเสื้อและกระโปรงลายดอกไม้สีสวยๆเข้าชุดกัน ผ้าโปร่งๆใส่สบาย
ส่วนผู้ชายนิยมใส่กางเกงทรงมอส หัวเข่าฟิต ปลายขาบานนิดนึง เก๋ทีเดียว เสียดายไม่มีภาพของสามีให้อวดเสื้อผ้าผู้ชายเลย เพราะแกต้องรับหน้าที่เป็นตากล้องให้พวกเราตลอด ยุคนั้นมันไม่มีกล้องเซลฟี่ แถมกล้องสมัยก่อนถ่ายง่ายเสียที่ไหน ต้องปรับอะไรเยอะไปหมด แม่ถ่ายไม่เป็นหรอก สามารถติดตามเรื่องเรื่องเต็มคลิก

ชาวเน็ตช่วยปรับภาพให้มีความสดใสขึ้น

ที่มา:ข่าวสด

ดาราสาว‘แซนวิช’อุ้มลูกป่วยเข้ารพ.อีก ‘น้องลีออง’ต้องแอดมิด บอกลูกเจ็บ-แม่เจ็บยิ่งกว่า!!

ต้องอุ้มลูกเข้าโรงพยาบาลอีกแล้ว ดาราสาว แซนวิช ปภาดา โพสต์เฟซบุ๊ก อุ้มน้องลีอองลูกชายไปโรงพยาบาล แอดมิดโรงพยาบาลด้วย พร้อมข้อความว่า “ลูกแม่เก่งมากไม่สบาย แต่ไม่เคยร้องสักแอะ #ทำไมหายใจเสียงดังอย่างงี้”

ก่อนจะโพสต์อีกว่า “ลูกเจ็บ แม่เจ็บยิ่งกว่า #ลีออง #Leon #fc” ทำเอาแฟนคลับเป็นห่วง เข้ามาให้กำลังใจ พร้อมเข้าไปคอมเม้นต์สอบถามว่าน้องลีอองป่วยเป็นอะไร ต้องแอดมิดโรงพยาบาล

ที่มา:ข่าวสด

อธิบดีสถ.ตรวจตลาดมหาชัย รองรับนโยบาย สร้างตลาดประชารัฐท้องถิ่นสุขใจ

วันที่ 4 พ.ย. นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น( สถ.) พร้อมด้วยนายขจร ศรีชวโนทัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และคณะผู้บริหารกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ลงพื้นที่ ตลาดสดเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม อำเภอเมืองจังหวัดสมุทรสงคราม

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กำลังเร่งขับเคลื่อนนโยบายของพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในการพัฒนาตลาดของท้องถิ่นให้มีความสะอาด จำหน่ายสินค้าที่ปลอดภัย รวมถึงให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหาพื้นที่เพิ่ม เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ค้าขายรายใหม่ที่เป็นเกษตรกรหรือผู้สนใจหารายได้เพิ่มได้เข้ามาทำการค้าขายด้วย ซึ่งทางกรมได้วางแผนที่จะเปิดตัว “ตลาดประชารัฐท้องถิ่นสุขใจ” ในเร็วๆนี้ สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีตลาดสดอยู่แล้ว ก็ให้พัฒนาให้มีมาตรฐาน มีความสะอาด ปลอดภัย สร้างแรงจูงใจให้ผู้เข้ารับบริการพึงพอใจและกลับมาใช้บริการใหม่

นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า ได้มาเยี่ยมเยียนชาวตลาดสดเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม เป็นตลาดสดที่อยู่ในความดูแลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีพื้นที่ 2,796 ตารางเมตร มีแผงร้านค้า จำนวน 550 แผง โดยรวมเป็นตลาดสดที่มีการบริหารจัดการที่ดี โครงสร้างมีความเหมาะสมกับการใช้สอย เป็นระเบียบเรียบร้อย ทั้งยังมีการจัดการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมที่น่าชื่นชม ไม่ว่าจะเป็นวิธีการนัดเวลาทิ้งขยะ นัดเวลาเก็บขยะ โดยใช้หน่วยเคลื่อนที่ที่เรียกว่า “รถนายสะอาด” มีการดำเนินการล้างตลาดสดอยู่เป็นประจำ มีการจัดการควบคุมป้องกันสัตว์และแมลงพาหะนำโรค รวมถึงผู้ค้าขายก็แต่งกายสะอาดเรียบร้อย และมีการฝึกอบรมผู้ขายในด้านสุขอนามัยอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ได้ฝากถึงผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการขับเคลื่อนการพัฒนาการจัดการศึกษาของท้องถิ่น รวมถึงการบริหารจัดการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการช่วยกันพัฒนาเด็กเล็กทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาอย่างต่อเนื่อง และอย่างถูกวิธี เตรียมความพร้อมที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับการศึกษาขั้นต่อไป เด็กไทยจะได้เติบโตเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่ามาช่วยพัฒนาประเทศต่อไปได้

ที่มา:ข่าวสด

หลานอดีตดาวร้ายดัง แจงหลังโดนถล่มยับเซลฟี่ปล่อยคนป่วยนอนพื้น ยันดูแลอยู่คนเดียวอย่างดี

หลังจากเรื่องราวได้รับการเปิดเผยว่า ‘กิตติ ดัสกร’ อดีตดาวร้ายประสบอุบัติเหตุขับรถยนต์ตกคลอง เมื่อต้นเดือนต.ค.ที่ผ่านมา ก่อนลูกสาวช่วยนำตัวส่งโรงพยาบาล โดยหมอตรวจสอบโรคแทรกซ้อน ทั้งความดัน เบาหวาน ที่สำคัญยังมีอาการอัมพฤกษ์ขาไม่มีแรง ปากเริ่มเบี้ยว จากนั้นกลับมาพักฟื้นที่บ้าน ซึ่งต่อมามีการโพสต์ข้อความจาก คิตตี้ ดัสกร เพื่อช่วยเหลือในเรื่องค่ารักษาพยาบาล อ่าน อดีตดาวร้าย‘กิตติ ดัสกร’ป่วยหนัก-เดินไม่ได้ หลังขับรถพุ่งลงคลอง ลูกสาววอนช่วย

ทั้งนี้ต่อมาพบว่า มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ว่า เหตุใด จึงปล่อยให้ ‘กิตติ ดัสกร’ นอนที่พื้น และยังมีการเซลฟี่ภาพกับคนป่วย แต่ลูกสาวกลับแต่งตัวสวยงามนั้น พบว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “ศศิประภา ดัสกร คิตตี้” ได้โพสต์ข้อความชี้แจงในเรื่องดังกล่าวว่า ความจริงตนเองเป็นแค่หลานสาว แม่ฝากให้ดูแลลุง ส่วนแม่อยู่ต่างประเทศ ซึ่งตนเองเป็นคนดูแล ลุงเพียงลำพัง ซึ่งการที่โพสต์เรียกแทนสรรพนามว่า ป๊ะป๋า เพราะเคารพและลุงเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้มีการนำเงินที่ได้บริจาคมาไปใช้ส่วนตัวแต่อย่างใด

ที่มา:ข่าวสด

เปิดคลิปนาทีตะครุบ 3 มือฆ่า หลังโพสต์เฟซบุ๊กไปร่วมงานวิวาห์เพื่อนสนิท

เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ที่ กองปราบปราม พ.ต.อ.ไมตรี ฉิมเฉิด รรท.ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.นิรันด์ ปิตะกาศ ผกก.3.บก.ป. พร้อมกำลังร่วมกับตำรวจ กก.สส.ภ.จว.สุรินทร์ เข้าจับกุมนายแสงอาทิต หรือเข็ม แก้วเกลี้ยง นายพิชา หรือ เอก ดำฝ้าย และนายจิรศักดิ์ หรือเอ็ม ดำฝ้าย ตามหมายจับศาลจ.พัทลุง คดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน,ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ได้บนถนนสายเลี่ยงเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ก่อนควบคุมตัวมาดำเนินคดี

พ.ต.อ.นิรันดร์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา นายแสงอาทิตและพวกรวม 5 คน ร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงนายไสว แกนสัง อายุ 45 ปี เสียชีวิต เหตุเกิดในพื้นที่ ต.ทุ่งนารี อ.ป่าบอน จ.พัทลุง ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ป่าบอน ได้สอบสวนและขอออกหมายจับผู้ร่วมกันก่อเหตุไว้ทั้งหมด ก่อนการจับกุมตนได้รับประสานจากตำรวจ สภ.ป่าบอน ว่า กลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 3 รายจะเดินทางมาร่วมงานแต่งงานเพื่อนสนิทที่บ้านหนองขี้เห็น อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี ทราบด้วยว่าทั้งหมดเดินทางมากับรถตู้โตโยต้า หมายเลขทะเบียน 30-0275 จ.พัทลุง จึงวางแผนเข้าจับกุมดังกล่าว

พ.ต.อ.นิรันดร์ เปิดเผยต่อว่า ภายหลังทราบว่าผู้ต้องหามาปรากฏตัวที่งานแต่งแน่นอนแล้ว แต่เจ้าหน้าที่เกรงว่าหากเข้าไปจับกุมในงานอาจเกิดอันตรายต่อแขกผู้มาร่วมงาน หากกลุ่มผู้ต้องยิงต่อสู้ จึงรอให้ถึงตอนเดินทางกลับ แล้ววางแผนใช้กำลังดักไว้ เมื่อรถของผู้ต้องหาวิ่งผ่าน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นและจับกุมดังกล่าว เบื้องต้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธ จึงแจ้งข้อกล่าวหา ก่อนนำตัวส่งให้พนักงานสอบสวนสภ.ป่าบอน ดำเนินคดีต่อไป

รายงานข่าวข่าวเปิดเผยว่า ตำรวจได้เบาะแสคนร้ายกลุ่มนี้เพราะ 1 ในกลุ่มคนร้ายได้โพสต์เฟซบุ๊กว่าไปร่วมงานแต่งงานเพื่อนที่ จ.อุบราชธานี โดยถ่ายรูปและกดเช็กอินที่อยู่ในเฟซบุ๊กด้วย ทำให้ตำรวจได้เบาะแสและติดตามล่ารถตู้คันที่คนร้ายนั่งไป กระทั่งจับได้ที่ จ.สุรินทร์

ที่มา:ข่าวสด