ยิ่งกว่าในฝัน “ดอยพุ่ยโค” สัมผัสทะเลหมอก ดูพระอาทิตย์ขึ้น ลุ้นพระอาทิตย์ตก

หนาวนี้ท่องดอย เที่ยวทะเลหมอก ดูพระอาทิตย์ขึ้น ลุ้นพระอาทิตย์ตก ขอแนะนำ ดอยพุ่ยโค แห่งสบเมยดอยพุ่ยโค หรือดอยพุย ภาษาท้องถิ่นของชาวกะเหรี่ยง ตั้งอยู่บ้านอุมดาเหนือ ตำบลแม่คะตวน อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ระดับความสูง 1406 เมตรจากระดับน้ำทะเล ห่างจากที่ว่าการอำเภอสบเมยประมาณ 10 กิโลเมตร
ดอยพุ่ยโค ขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งทุ่งหญ้าสีทอง วิวทิวทัศน์สวยงามและสุดยอดทะเลหมอกที่สามารถมองวิวได้รอบด้าน 360 องศา สามารถชมได้ทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกดิน ในยามค่ำคืนมีดาวเต็มฟ้า


ระยะทางเดินเท้าไม่ไกลประมาณ 3 กิโลเมตร ใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมงก็ถึงยอดดอย ช่วงเวลาเหมาะสมในการท่องเที่ยวที่จะได้พบกับทุ่งหญ้าสีทองคือ เดือนมกราคม-กุมภาพันธุ์


บนยอดดอยไม่มีที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ นักท่องเที่ยวต้องเตรียมเต้นท์ อาหาร และน้ำดื่มมาเอง จากจุดเริ่มเดินเท้าใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที สามารถติดต่อลูกหาบ รถกระบะรับส่งจากอำเภอสบเมยไปยังจุดเริ่มเดินเท้า

ขอบคุณภาพจาก พวงผกา แก้วมณี เพจ หลงเต็นท์


Wynnsoft Solution เราคือแหล่งรวมระบบเว็บไซต์ระดับมืออาชีพ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ , รับทำเว็บไซต์ ,SEO ,web design ,web Application และโฆษณา Facebook เรามีความมุ่งมั่นในการทำงานอย่างเต็มที่ มีการพัฒนาระบบการทำงานอย่างไม่หยุดยั้ง รียนรู้และปรับเปลี่ยน Design เว็บไซต์ให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา

ถ้ำพญานาคโผล่!! ใกล้สถานปฏิบัติธรรม ชาวบ้านเผยเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์-อีกถ้ำไม่มีใครกล้าเข้า

พิสูจน์พบแล้ว ถ้ำน้ำลอดใต้ดิน ที่สถานปฏิบัติธรรมถ้ำผาวังพญานาคราช อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี มีความยาวกว่า 500 เมตร ซึ่งผู้สื่อข่าวได้ลงไปพิสูจน์ด้วยตัวเอง พบเป็นแก่งที่กว้างมีน้ำตกที่สวยงาม คนพื้นที่ยอมรับเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ ขณะที่ทางวัดและชุมชน เตรียมพัฒนาเปิดให้ชาวบ้านเที่ยวชมความงาม เชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ201611041032171-20161102133506เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 พ.ย. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด ได้รับแจ้งจากหลวงปู่เพิ่มพันธ์ อานันโท เจ้าอาวาสสถานปฏิบัติธรรมถ้ำผาวังพญานาคราช ต.ห้วยไผ่ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ว่าพบถ้ำน้ำลอดใต้ดิน ในลำห้วยหมาก ใกล้กับสถานปฏิบัติธรรมถ้ำผาวังพญานาคราช จึงได้เดินทางเขาไปตรวจสอบและพิสูจน์ว่าถ้ำดังกล่าวมีจริงหรือไม่ ซึ่งก่อนหน้านี้หลวงปู่เพิ่มพันธ์ ได้เคยกล่าวว่าในลำห้วยแห่งนี้มีถ้ำลอดใต้น้ำซึ่งมีความยาวกว่า 500 เมตร แต่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้เนื่องจากปริมาณน้ำในลำห้วยมีปริมาณมาก จึงท่วมปากถ้ำทั้งหมด ซึ่งตอนนี้น้ำมีปริมาณลดลง จึงทำให้ปากถ้ำเปิดออก201611041032173-20161102133506201611041032172-20161102133506นายไพรฑูรย์ สมพล อายุ 38 ปี นายมงคล สมพล อายุ 27 ปี และ นายวินัส สมพล อายุ 27 ปี ซึ่งทั้งหมดเป็นคนจากชุมชนบ้านห้วยหมาก ม.2 ต.ห้วยไผ่ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่มานาน อาสาพาผู้สื่อข่าวเดินทางเข้าไปดู ซึ่งเดินทางด้วยทางเท้าเข้าไปในป่า ลัดเลาะลงไปตามลำห้วย ห่างจากสถานปฏิบัติธรรมไปประมาณ 1 กิโลเมตร ก็ได้พบกับความสวยงามตื่นตาอย่างมาก เนื่องจากจุดที่มีถ้ำอยู่นั้น เป็นแก่งหินขนาดใหญ่และกว้างทอดยาวไปตามลำธาร ซึ่งเรียกว่าแก่งวังผา และมีน้ำตกความสูง 3 เมตร จุดที่น้ำตกลงไปนั้น สายน้ำจะมุดลงไปในถ้ำลึกลงไปใต้พื้นดิน ซึ่งมีโขดหินใหญ่น้อยทับไว้201611041032177-20161102133506น้ำจะไหลลอดลงไปในถ้ำยาวลงไปโผล่อีกจุดหนึ่งยาวประมาณ 500 เมตร ซึ่งจุดที่เป็นปากถ้ำจะอยู่ติดกับโคนต้นไทรขนาดใหญ่ ปากถ้ำมีความกว้างประมาณ 1 เมตร สูง 1 เมตร ซึ่งการเข้าไปจะต้องคลานเข้า และต้องใช้ไฟฉายเข้า เนื่องจากภายในถ้ำไม่มีแสงสว่าง เมื่อเข้าไปจะมีน้ำไหล ความลึกตั้งแต่ 50 เซนติเมตร ถึง 2 เมตร ซึ่งต้องอาศัยการเกาะตามโขดหินเข้าไปบางจุดน้ำลึก ซึ่งต้องระมัดระวังอย่างมาก เส้นทางภายในถ้ำมีความแคบบางจุดต้องดำน้ำเข้า เนื่องจากปริมาณน้ำภายในถ้ำยังสูง ทอดยาวเข้าไปมา มีทางแยกอีกหลายเส้น ซึ่งหากมีปริมาณน้ำลดลง จะสามารถลอดเข้าไปโผล่อีกจุดที่มีน้ำตกยาวกว่า 500 เมตร แต่เนื่องจากขณะนี้น้ำยังสูง จึงสามารถเดินทางเข้าไปได้แค่ประมาณ 30 เมตร ซึ่งเส้นทางที่ผู้สื่อข่าวเข้าไปพิสูจน์นั้น จะโผล่ไปออกอีกจุด ซึ่งช่วงที่เป็นทางออก จะเป็นถ้ำค้างคาง มีค้างคาวหลายร้อยตัวอาศัยอยู่ ทำให้ได้บรรยากาศธรรมชาติอย่างมาก201611041032176-20161102133506201611041032174-20161102133506นอกจากถ้ำที่ผู้สื่อข่าวลงไปนั้น ยังมีอีกถ้ำที่อยู่ใกล้เคียงกัน ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า ยังไม่สามารถลงไปได้ เนื่องจากยังมีน้ำไหลท่วมอยู่ และบริเวณโดยรอบ เป็นแก่งหินกว้าง เหมาะแก่การไปท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และพักผ่อนอย่างมาก ซึ่งจุดน้ำมีความสวยงามและแก่งขนาดใหญ่

นายไพรฑูรย์ เล่าว่า เนื่องจากป่าและลำธารแห่งนี้ ชาวบ้านในพื้นที่เชื่อกันว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากถ้ำที่เชื่อกันว่าเป็นที่อาศัยของพญานาคที่อยู่ติดวัดนั้น ช่วยปกปักรักษา ซึ่งหลายครั้งที่ชาวบ้านที่เข้ามาแล้วลบหลู่ ส่วนใหญ่จะมีการเจ็บไข้ และต้องมาขอขมาเจ้าที่ จึงจะหาย

ส่วนนายมงคล ผู้ที่เคยประสบกับตนเอง เล่าว่า เมื่อหลายปีก่อนตนเคยเข้ามาเลี้ยงวัว และได้ส่งเสียงดัง ลบหลู่สถานที่ และขาของตนไปติดอยู่ที่โขดหินนานหลายชั่วโมง ก็ไม่สามารถเอาออกได้ จนต้องจุดธูปขอขมาจึงหลุดได้ ซึ่งหลังจากนั้นมีความศรัทธาอย่างมากว่า สถานที่แห่งนี้ศักดิ์สิทธิ์จริงตามคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ ซึ่งถ้ำที่ลงไปนี้ เรียกว่า ถ้ำลอดใต้ ส่วน ถ้ำลอดเหนือ ซึ่งอยู่ติดกับวัดเลย จะไม่มีใครกล้าที่จะลงไปพิสูจน์ เนื่องจากเชื่อว่า เป็นจุดที่พญานาคอาศัยอยู่201611041032175-20161102133506ขณะที่หลวงปู่เพิ่มพันธ์ กล่าวว่า ตนได้ปฏิบัติธรรมในสถานที่แห่งนี้มานานกว่า 9 ปี ซึ่งตอนนี้เชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปกปักรักษาสถานที่แห่งนี้ คงพร้อมที่จะเปิดให้ชาวบ้านทั่วไปได้เข้ามาชื่นชมความสวยงามของธรรมชาติแล้ว ซึ่งตนและชาวบ้านเตรียมที่จะหารือ เพื่อจะเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติแห่งใหม่ ซึ่งนอกจากชาวบ้านจะได้มาปฏิบัติธรรม ทำบุญ แล้วยังจะได้พาครอบครัวเข้ามาพักผ่อน และเป็นการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวคืนกลับคนในชุมชน ซึ่งจะได้มีรายได้อีกทางด้วย ซึ่งถ้ำลอด น้ำตก และแก่งวังผานี้ ตนจะให้ท่องเที่ยวแบบเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติได้ด้วย โดยจะไม่เบียดบังธรรมชาติที่มีความสมบูรณ์ สวยงามที่มีอยู่แล้ว ซึ่งนอกจากจะได้หารือชาวบ้านและยังเตรียมที่จะขอให้หน่วยงานต่างๆ เข้ามาช่วยเหลือเกี่ยวกับการท่องเที่ยวอีกช่องทางหนึ่ง ก่อนที่จะมีการเปิดให้ชาวบ้านทั่วไปได้เข้ามาเที่ยวได้ในอนาคต

ที่มา>>>ข่าวสด