เปิดคลิปนาทีตะครุบ 3 มือฆ่า หลังโพสต์เฟซบุ๊กไปร่วมงานวิวาห์เพื่อนสนิท

เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ที่ กองปราบปราม พ.ต.อ.ไมตรี ฉิมเฉิด รรท.ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.นิรันด์ ปิตะกาศ ผกก.3.บก.ป. พร้อมกำลังร่วมกับตำรวจ กก.สส.ภ.จว.สุรินทร์ เข้าจับกุมนายแสงอาทิต หรือเข็ม แก้วเกลี้ยง นายพิชา หรือ เอก ดำฝ้าย และนายจิรศักดิ์ หรือเอ็ม ดำฝ้าย ตามหมายจับศาลจ.พัทลุง คดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน,ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ได้บนถนนสายเลี่ยงเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ก่อนควบคุมตัวมาดำเนินคดี

พ.ต.อ.นิรันดร์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา นายแสงอาทิตและพวกรวม 5 คน ร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงนายไสว แกนสัง อายุ 45 ปี เสียชีวิต เหตุเกิดในพื้นที่ ต.ทุ่งนารี อ.ป่าบอน จ.พัทลุง ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ป่าบอน ได้สอบสวนและขอออกหมายจับผู้ร่วมกันก่อเหตุไว้ทั้งหมด ก่อนการจับกุมตนได้รับประสานจากตำรวจ สภ.ป่าบอน ว่า กลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 3 รายจะเดินทางมาร่วมงานแต่งงานเพื่อนสนิทที่บ้านหนองขี้เห็น อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี ทราบด้วยว่าทั้งหมดเดินทางมากับรถตู้โตโยต้า หมายเลขทะเบียน 30-0275 จ.พัทลุง จึงวางแผนเข้าจับกุมดังกล่าว

พ.ต.อ.นิรันดร์ เปิดเผยต่อว่า ภายหลังทราบว่าผู้ต้องหามาปรากฏตัวที่งานแต่งแน่นอนแล้ว แต่เจ้าหน้าที่เกรงว่าหากเข้าไปจับกุมในงานอาจเกิดอันตรายต่อแขกผู้มาร่วมงาน หากกลุ่มผู้ต้องยิงต่อสู้ จึงรอให้ถึงตอนเดินทางกลับ แล้ววางแผนใช้กำลังดักไว้ เมื่อรถของผู้ต้องหาวิ่งผ่าน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นและจับกุมดังกล่าว เบื้องต้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธ จึงแจ้งข้อกล่าวหา ก่อนนำตัวส่งให้พนักงานสอบสวนสภ.ป่าบอน ดำเนินคดีต่อไป

รายงานข่าวข่าวเปิดเผยว่า ตำรวจได้เบาะแสคนร้ายกลุ่มนี้เพราะ 1 ในกลุ่มคนร้ายได้โพสต์เฟซบุ๊กว่าไปร่วมงานแต่งงานเพื่อนที่ จ.อุบราชธานี โดยถ่ายรูปและกดเช็กอินที่อยู่ในเฟซบุ๊กด้วย ทำให้ตำรวจได้เบาะแสและติดตามล่ารถตู้คันที่คนร้ายนั่งไป กระทั่งจับได้ที่ จ.สุรินทร์

ที่มา:ข่าวสด

ระทึก! รถพ่วง18ล้อยูเทิร์นกระทันหัน รถตู้รับพนักงานต่างชาติเบรกไม่ทันพุ่งชนร่างติดคาซาก เจ็บสาหัส

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 17 ต.ค. ร.ต.อ.สมพร ปานจันทร์ รอง สว.สภ.บ่อวิน รับแจ้งเหตุมีรถตู้ชนท้ายรถพ่วงที่สี่แยกสัญญาณไฟจราจร หลังนิคมเหมราชชลบุรี ม.8 ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเพียวเยี้ยงไท้ศรีราชา

ที่เกิดเหตุพบรถตู้ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน ฮภ6164 กทม. สภาพชนอัดท้ายรถพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้ออีซุซุ ทะเบียน ส่วนหัว70-5664 พระนครศรีอยุธยา ส่วนหาง 70-2977 พระนครศรีอยุธยา ส่วนคนขับรถตู้ชื่อนายเกรียงศักดิ์ ป้องกัน อายุ 29 ปี ติดอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดถ่างเข้าให้การช่วยเหลือ โดยใช้เวลากว่า 25 นาที จึงสามารถช่วยเหลือนำตัวออกมาได้ โดยบาดเจ็บบริเวณขาขวา นอกจากนี้ ยังพบผู้บาดเจ็บเป็นชาวอเมริกา ชื่อนายคริสติน จอห์น ไคลปิรีก อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นพนักงานบริษัทที่นั่งมาในรถตู้ บาดเจ็บที่ขาขวาและก้านคอ เนื่องจากได้รับความกระทบกระเทือน เจ้าหน้าที่จึงเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลพญาไทศรีราชา

สอบสวนทราบว่า รถตู้คันดังกล่าว รับพนักงานมาเพียงคนเดียวซึ่งเป็นชาวต่างชาติที่บาดเจ็บดังกล่าว เพื่อไปส่งที่นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง ถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นสี่แยกสัญญาณไฟจราจรมีรถพ่วง 18 ล้อบรรทุกสินค้าได้เลี้ยวยูเทิร์นตัดหน้ากระทันหันเพื่อกลัยรถไปที่มาบเอียง ทำให้รถตู้เบรกไม่ทันพุ่งชนอย่างแรงและรถพ่วงได้ลากไปจอดบริเวณจุดยูเทิร์นอีกฝั่งหนึ่งดังกล่าว

ด้าน นายสมัย ฤทธิ์คล่อม อายุ 44 ปี คนขับรถพ่วง 18 ล้อ กล่าวว่า กำลังจะเลี้ยวยูเทิร์นแต่รถตู้ได้พุ่งชนท้ายแล้วติดมาที่ท้ายรถ จึงยูเทิร์นแล้วจอดรอเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว ซึ่งทางตำรวจจะได้สอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้งเพื่อหาคนผิดมาดำเนินคดีต่อไป

ที่มา:ข่าวสด

นำร่าง “สันติ ดวงสว่าง” กลับบ้านเกิด จ.พิจิตร ตามคำสั่งเสียครั้งสุดท้าย อยากกลับบ้าน

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 9 พ.ย.59 ที่วัดมูลจินดาราม ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานีนางวิภา  ภู่ทอง  พี่สาวของนายจเร ภู่ทองหรือสันติ ดวงสว่าง นักร้องเพลงลูกทุ่งชื่อดังของเมืองไทยพร้อมด้วยญาติๆและแฟนเพลงได้นำร่างของสันติ ดวงสว่างกลับบ้านเกิดที่ จ.พิจิตร โดยจะนำไปตั้งสวดพระอภิธรรมต่อที่วัดท่าค้อ ตำบลท่าเยี่ยม  กิ่งอำเภอสากเหล็ก  จังหวัดพิจิตร  เพื่อให้ญาติสนิท มิตรสหายและแฟนเพลงได้เคารพศพเป็นครั้งสุดท้าย โดยมีเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิปอเต็กตึ๊งมาเคลื่อนย้ายศพของสันติ ดวงสว่าง และนำรถขึ้นรถตู้ของมูลนิธิปอเต็กตึ๊งหมายเลขทะเบียน ฮข 215 กรุงเทพมหานคร201611091034098-20050222192603ด้านนางวิภา  ภู่ทอง พี่สาวของนายจเร ภู่ทองหรือสันติ ดวงสว่าง บอกว่าก่อนที่จะนำศพของสันติ ดวงสว่าง กลับบ้านเกิดตนและญาติได้ทำบุญเลี้ยงพระเช้าจำนวน 12 รูป จากนั้นจะได้เคลื่อนย้ายนำร่างของสันติ ดวงสว่างน้องชายกลับบ้านเกิดที่ จ.พิจิตร เพราะสันติ ดวงสว่างสั่งไว้ก่อนเสียชีวิตว่าอยากกลับบ้านคิดถึงบ้าน นอกจากนี้ต้องของขอบคุณนายชาญ พวงเพ็ชร์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นพ่อบุญธรรมของสันติ ดวงสว่าง และมิตรรักแฟนเพลงของสันติ ดวงสว่างที่มาช่วยงานตลอดระยะเวลาสวดพระอภิธรรมจำนวน 5 วันที่ผ่านมา และยังไม่ลืมสันติ ดวงสว่าง เมื่อได้เคลื่อนย้ายร่างของสันติ ดวงสว่างไปถึง จ.พิจิตร แล้วก็จะได้นำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลต่อที่วัดท่าค้อ เป็นเวลา 4 คืน และจะเก็บไว้ 100 วัน เพื่อรอให้มิตรรักแฟนเพลงของสันติ มากราบไหว้พร้อมทั้งจะได้ทำพิธีฌาปณกิจศพต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

‘หลวงตาจันทร์‘ ไปไหน! ย้ายเสือของกลางใกล้จบ เจอเขี้ยว-ของขลังในรถ

รองอธิบดีกรมอุทยานฯ นำจนท.เข้าค้นศาลาฉันน้ำปานะในวัดเสือ เจอสัตว์ป่าเพิ่มอีก ทั้งหมีหมา เม่น นกเงือก ตะลึงในรถตู้หรูของหลวงตาจันทร์ พบมีตะกรุดเขี้ยวเสือ ส่วนเสือของกลางขนไปแล้ว 121 ตัว เหลืออีก 18 ตัว ขณะที่หลวงตาฯ ไม่อยู่ในวัด…

วันที่ 3 มิ.ย.59 นายอดิศร นุชดำรงค์ รองอธิบดีกรมอุทยานฯ ได้นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสัตว์ป่าคุ้มครอง ที่ถูกเลี้ยงไว้ในวัดป่าหลวงตาบัวฯ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ภายหลังเข้าตรวจยึดเสือของกลาง จำนวน 139 ตัว แล้วพบสัตว์ป่าถูกเลี้ยงไว้โดยผิดกฎหมายรวมถึงซากสัตว์ และชิ้นส่วนสัตว์จำนวนมาก (ยึดได้เพียบหนังเสือ-เขี้ยว-ตะกรุด! คาดทำของขลัง จ่อค้นกุฏิหลวงตาจันทร์)

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้พบสัตว์ป่าเพิ่มอีก ประกอบด้วย นกเงือกอยู่ในกรงนกขนาดใหญ่ เม่น และหมีหมา อายุประมาณ 1 ปี จึงตรวจยึดนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยคต่อมา นายอดิศร พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบบริเวณอาคารฉันน้ำปานะ ซึ่งเป็นที่พักของหลวงตาจันทร์ เจ้าอาวาส พบรถยนต์ตู้ ยี่ห้อเบนซ์ หมายเลขทะเบียน ฮค 6868 กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้จัดการวัดนำกุญแจรถมาร่วมเปิดประตูรถเพื่อตรวจสอบภายใน พบตะกรุดเขี้ยวเสือกับล็อกเกตจำนวนหนึ่ง อยู่ในย่ามและถุงพลาสติกบริเวณพื้นที่นั่งหลังคนขับ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะร่วมกันเข้าไปตรวจค้นในห้องพักอีกห้องหนึ่ง

ส่วนการขนย้ายเสือโคร่ง ในช่วงเช้า ดำเนินการได้อีก 17 ตัว รวมเสือที่ขนย้ายแล้ว 121 ตัว เหลืออีก 18 ตัว

ขณะเดียวกัน มีการตั้งข้อสังเกต ว่า การเข้ามาดำเนินการขนย้ายเสือของเจ้าหน้าที่ ตั้งแต่วันแรกไม่พบพระวิสุทธิสารเถร หรือหลวงตาจันทร์ เจ้าอาวาสวัดหลวงตาบัวฯ อยู่ในวัดแต่อย่างใด.  

ที่มา>>>Thairath