สื่อนอกตีข่าวเจ้าจ๋อเมืองไทยแอบซดกาแฟนักท่องเที่ยวจนสลบเหมือด กาเฟอีนเกินขนาด

เดลีเมล์รายงานเรื่องราวเจ้าจ๋อในเมืองไทย แอบซดกาแฟจนสลบเหมือด เหตุเกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 พ.ย. ร้อนถึงสัตวแพทย์ต้องช่วยดูอาการที่พบว่ามันมีปริมาณกาเฟอีนในร่างกายสูงเกินไป

ปากดำเลย

ลิงตัวดังกล่าวคาดว่ามีอายุราว 6 เดือน นอนสลบไสล ปากดำ ดูออกว่าซดกาแฟเข้าไป เมื่อดูแล้วคาดว่าแอบปีนขึ้นไปดูดกาแฟในถุงพลาสติกแขวนไว้ที่มอเตอร์ไซค์ของนักท่องเที่ยวคนหนึ่งในเขตบางขุนเทียน ปรากฏว่าเป็นกาแฟที่เข้มข้น มีกาเฟอีนสูงจนมันถึงกับน็อก แพทย์ต้องใช้น้ำเกลือและคาร์บอนช่วยสลายสารกาเฟอีนจากร่างกาย จน 10 ชั่วโมงผ่านไปเจ้าจ๋อถึงได้ฟื้น

สำหรับข่าวดังกล่าวเผยแพร่อยู่ในเพจเฟซบุ๊ก คนรักลิงหัวใจแกร่ง ระบุว่า “ทีมชมรมว่ามีลูกลิงตัวผู้ ไปกินกาแฟของนักท่องเที่ยว สภาพแย่ อาการอ่อนแรงลงเรื่อยๆ แต่ยังสามารถเกาะอยู่บนอกของพี่เลี้ยงที่เป็นตัวผู้ได้ ซึ่งทางทีมงานและสัตว์แพทย์ประจำกลุ่มต้องจับตัวไปรักษาให้เร็วที่สุด เนื่องจากลูกลิงได้รับผลกระทบจากฤทธิ์ของ caffein จากกาแฟอย่างรุนแรง หัวใจเต้นรัว ไม่มีสติ

การจับลิงไปรักษาค่อนข้างยากเนื่องจาก ลูกลิงอยู่บนตัวพี่เลี้ยง เราจึงได้วางยาสลบพี่เลี้ยงลิง โดยอยู่ภายใต้ความดูแลของสัตวแพทย์ประจำกลุ่ม และจับลูกลิงไปขอความเอื้อเฟื้อสถานที่ และอุปกรณ์รักษาจาก รพส.หมอไรวิน ใกล้ๆ กับคุณกะลา

คุณหมอท่านออกตัวกับทางเราว่าไม่ถนัดเรื่องลิงเลย ท่านใจดี ยกห้องตรวจให้กับสัตวแพทย์ของเรา อยากได้อะไรขอให้บอก ขอบพระคุณคุณหมอมากค่ะ
หลังจากนั้น เราจึงนำลิงกลับมาดูแลต่อในที่พักของเราตลอดทั้งคืน โดยเฉพาะประธานชมรมที่อดหลับอดนอนเพื่อลุกขึ้นมาดูแลเจ้าลิงน้อย

ในที่สุดลิงน้อยก็ฟื้นขึ้นมาลุกนั่ง และมีอาการมึน งง อยู่เมื่อช่วง ตอนตี 3 และไม่หลับอีกเลย เมื่อสัตวแพทย์เห็นว่าแาการดีขึ้น มีสติ สามารถกินอาหารได้ จึงได้นำเจ้าลิงน้อยมาปล่อยคืนฝูง ที่ถิ่นคุณกะลา ในเวลา 7 โมงเช้าค่ะ”

ที่มา:ข่าวสด

ขอความเป็นธรรม! แม่เจ็บหนัก 4 เดือนก่อนดับ เหตุโดนแทง เผาซ้ำ คนทำยังลอยนวล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์ มีการแชร์เรื่องจากสมาชิกเฟซบุ๊ก BOok GEe ซึ่งได้ขอความเป็นธรรมหลังจาก เกิดเหตุการณ์มารดาถูกทำร้ายร่างกาย โดยแทงและจุดไฟเผาตั้งแต่เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ก่อนที่มารดาจะเสียชีวิตลงเมื่อวานนี้ (17 ม.ค.) ซึ่งเกิดมาจากปัญหาระหว่าง ลูกสาวของผู้ตายอยากเลิกกับผู้ก่อเหตุ แต่ผู้ก่อเหตุไม่ยอมและบุกเข้าทำร้ายในบ้าน

โดยสมาชิกเฟซบุ๊กรายดังกล่าว ได้โพสต์ข้อควมว่า ” “แซม กิติพงษ์ ..คุณเป็นใครถีงได้ไม่มีจิตสำนึกขนาดนี้ บุกบ้านแม่ผม แทงแม่ผม แล้วเอาน้ำมันราด จุดไฟเผาแม่อีก ให้ท่านทุกทรมานอยู่โรงพยาบาลจนท่านทนไม่ไหว..จากผมไป…ใจคุณทำด้วยอะไร แม่ผมไปทำอะไรให้คุณนักหนา แล้วมีหน้าไปโพสต์ยกนิ้วภูมิใจไร้จิตสำนึกมาก ฆ่าแม่คนอื่น…แล้วภูมิใจที่ได้กลับมากินข้าวต้มฝีมือแม่ที่บ้าน …เพื่อนๆช่วยกันแชร์ครับ คนใจหมาแบบนี้ ขอความเป็นธรรมให้กับแม่ผม แชร์ให้ถึงผู้รักษากฏหมายเมืองไทย “อย่าให้มันได้กินข้าวต้มกับแม่มันอีก”ทั้งนี้ พบว่าครอบครัวผู้เสียชีวิตได้ลงบันทึกประจำวันไว้เมื่อเดือนกันยายน 59  เพราะผู้ก่อเหตุคบหากับลูกสาวของผู้ตาย และมักจะทำร้ายฝ่ายหญิงอยู่เสมอ ภายหลังผู้เป็นแม่จึงขอให้เลิกยุ่งเกี่ยวต่อกัน สร้างความโกรธแค้นให้กับผู้ก่อเหตุและขู่อาฆาตเอาชีวิตคนในครอบครัวฝ่ายหญิงมาโดยตลอดล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม นายแซมบุกเข้ามาในบ้านกลางดึก พยามจะทำร้ายฝ่ายหญิงโดยใช้อาวุธมีดแทง แต่ผู้เป็นแม่ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ จึงออกไปช่วยและถูกทำร้าย หลังจากนั้น ผู้ก่อเหตุใช้น้ำมันที่เตรียมมาราดจุดไฟเผาผู้เป็นแม่จนได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา หลังจากนั้นคนร้ายรายนี้ยังได้โพสต์ระบายความในใจและภาพตนเองลงในเฟซบุ๊ก ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะให้ประกันตัวออกไป

ที่มา>>>ข่าวสด