ชาวบ้านงง!เจอศพลอยอืดกลางแม่น้ำจันทบุรี ชื่อ-นามสกุลซ้ำอดีตผอ.โรงเรียนดังเป๊ะ

วันที่ 23 พ.ย. ร.ต.อ.อภิชาติ โกเนตรสุวรรณ รองสว.(สอบสวน) สภ.เมืองจันทบุรี รับแจ้งจากชาวบ้านที่ไปวางอวนดักปลา พบศพชายลอยคว่ำหน้าอยู่ในคลองแม่น้ำจันทบุรี ในพื้นที่หมู่ 9 ต.จันทนิมิต อ.เมือง จ.จันทบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์ร.พ.พระปกเกล้า และหน่วยกู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถาน จันทบุรี

ที่เกิดเหตุบริเวณคุ้งน้ำด้านหลังโรงแรมแห่งหนึ่ง ห่างจากท่าน้ำวัดจันทนารามประมาณ 500 เมตร พบศพชายลอยคว่ำหน้า สวมกางเกงวอร์มขายาวสีดำ ไม่สวมเสื้อ ติดอยู่กับกอผักตบชวา หน่วยกู้ภัยจึงนำเรือท้องแบนออกไปนำศพขึ้นมาให้เจ้าหน้าที่ชันสูตรพลิกศพ

ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบบาดแผลคาดเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3 วัน ทราบชื่อต่อมาคือ นายเดชา ชำนาญกิจ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 94/1 หมู่ 4 ต.ทับไทร อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี โดยญาติได้ประกาศตามหาบุคคลสูญหายในโลกโซเชียล นอกจากนั้นยังพบว่าชื่อและนามสกุลผู้ตายไปซ้ำกับอดีตผอ.โรงเรียนอนุบาลชื่อดังในจ.จันทบุรี ซึ่งปัจจุบันได้เสียชีวิตแล้ว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำศพส่งชันสูตรที่ร.พ.พระปกเกล้า เพื่อให้แพทย์นิติเวชผ่าพิสูจน์หาสาเหตุที่แท้จริง ก่อนให้ญาติรับศพกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ที่มา:ข่าวสด

รีวิวสุดจ๊าบ ย้อนอดีตเผยภาพสวนสนุกแฮปปี้แลนด์ ก่อนกลายเป็นตลาดดังทุกวันนี้

เป็นเรื่องปกติไปแล้วสำหรับยุคนี้ เมื่อมีแหล่งท่องเที่ยว ที่กิน ที่ช้อป เกิดขึ้นที่ไหนก็ต้องมีการเขียนรีวิวถึงสถานที่นั้นๆ แต่กระทู้นีกำลังเป็นที่พูดถึงในโลกโซเชียล เมื่อมีสมาชิกพันทิป หมายเลข 4197509 ได้มาตั้งกระทู้ ที่ต้องใช้คำว่าสุดจ๊าบ เพราะเป็นการรีวิวเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อ 40 ปี ก่อน โดยตั้งกระทู้ว่า “ทริปพาลูกเที่ยวแฮปปี้แลนด์เมื่อ 40 ปีก่อน” ซึ่งเดิม บริเวณตลาดแฮปปี้แลนด์ที่คนพลุกพล่านในวันนี้ เมื่อ 40 ปี ก่อน เคยเป็นสถานที่สุดฮิต คือ สวนสนุกแฮปปี้แลนด์ที่ผู้คน พากันไปเที่ยว เรียกได้ว่า เป็นสวนสนุกที่เป็นตำนานจนถึงทุกวันนี้เลยทีเดียว โดยผู้โพสต์ได้นำภาพของครอบครัวพร้อมบอกเล่าบรรยากาศให้หลายๆ คนได้นึกถึง และเห็นภาพของกรุงเทพเมื่อ 40 ปีก่อนด้วย

ผู้โพสต์ ระบุว่า สมัยที่แม่พาลูกไปเที่ยว ตอนนั้นปี 2521 เศรษฐกิจสมัยนั้นยังไม่ค่อยดี คนส่วนใหญ่ยังมีรายได้ไม่มากนัก จำได้ว่าทองยังบาทละไม่เกิน 3,800 บาท แต่ค่าเข้าสวนสนุกราคา 50 บาท (เด็กเข้าฟรี) ถือว่าแพงเลยทีเดียว การไปเที่ยวทีนึง จึงถือเป็นเรื่องใหญ่

แฮปปี้แลนด์ที่ปัจจุบันกลายเป็นตลาดสดแฮปปี้แลนด์ หรือหลายคนอาจจะรู้จักในฐานะปลายทางรถเมล์สาย 8 ไปแล้วนั้น ในสมัยเมื่อสัก 40 ปีก่อนนั้นเป็นสถานที่ที่น่าเที่ยว ตื่นเต้นมากๆ สำหรับคนกรุงเทพ มองจากภายนอกเวลานั่งรถผ่าน  จะเห็นเป็นปราสาทแบบฝรั่งดูใหญ่โต ใครๆก็มองจนต้องเหลียวหลัง แม่ก็ตั้งใจว่าสักวันหนึ่งจะต้องพาลูกมาเที่ยวสักครั้ง

แล้วแม่กับสามีก็ตัดสินใจจะพาลูกไปเที่ยวกับเค้าบ้าง พวกเราเตรียมตัวกันเป็นอาทิตย์
สมัยนั้นเราเปิดร้านขายเสื้อผ้าอยู่แถวราชวัตร วันนั้น เราตัดใจปิดร้านวันนึง ทั้งๆที่ปกติเปิดทุกวันทั้งปีไม่เคยปิด ไม่ว่าจะเทศกาลอะไรก็ตาม พวกเราสามพ่อแม่ลูก ลูกชายแม่ตอนนั้นอายุยังไม่สองขวบดี
เราต้องอาศัยนั่งรถเพื่อนไปด้วยกันจากราชวัตรไปถึงลาดพร้าว แถวๆคลองจั่น ซึ่งขณะนั้นยังเป็นทุ่งนาเต็มไปหมด แต่ถึงแม้รถจะไม่ติด ก็ยังกินเวลาเดินทางเกือบชั่วโมงกว่า

 และก็คงเพราะเราไม่ได้ออกมาเที่ยวกันบ่อยๆ ได้เที่ยวกันที พวกเราก็เลยแต่งตัวกันเต็มที่
แฟชั่นผู้หญิงสมัยนั้นนิยมใส่ชุดเป็นเสื้อและกระโปรงลายดอกไม้สีสวยๆเข้าชุดกัน ผ้าโปร่งๆใส่สบาย
ส่วนผู้ชายนิยมใส่กางเกงทรงมอส หัวเข่าฟิต ปลายขาบานนิดนึง เก๋ทีเดียว เสียดายไม่มีภาพของสามีให้อวดเสื้อผ้าผู้ชายเลย เพราะแกต้องรับหน้าที่เป็นตากล้องให้พวกเราตลอด ยุคนั้นมันไม่มีกล้องเซลฟี่ แถมกล้องสมัยก่อนถ่ายง่ายเสียที่ไหน ต้องปรับอะไรเยอะไปหมด แม่ถ่ายไม่เป็นหรอก สามารถติดตามเรื่องเรื่องเต็มคลิก

ชาวเน็ตช่วยปรับภาพให้มีความสดใสขึ้น

ที่มา:ข่าวสด

สาวท้องแก่คุกเข่าวิงวอน-ขอผ่าคลอด แต่สามีไม่ยอม สุดท้ายโดดตึกรพ.ฆ่าตัวตาย

เป็นเหตุการณ์สะเทือนใจและกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กระหึ่มโซเชียลเมืองจีน เมื่อเว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อีสต์รายงานเรื่องสะเทือนใจที่สาวท้องแก่คนหนึ่งตัดสินใจกระโดดตึกโรงพยาบาลฆ่าตัวตาย เพราะสามีและครอบครัวไม่อนุญาตให้ผ่าตัดทำคลอด

 

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา นางหม่า อายุ 26 ปี ซึ่งตั้งครรภ์ 9 เดือนครบกำหนดคลอด ได้เข้าโรงพยาบาลในเมืองยู่หลิน มณฑลส่านซี เพื่อเตรียมทำคลอด โดยเบื้องต้นแพทย์ระบุว่าหัวทารกในครรภ์ใหญ่กว่าปกติ อาจทำคลอดด้วยวิธีธรรมชาติยากลำบากมาก จึงแนะนำให้ใช้การผ่าตัดทำคลอดแทน แต่สามีและครอบครัวปฏิเสธ และยืนยันให้ทำคลอดด้วยวิธีธรรมชาติ

แต่ช่วงที่เข้าห้องคึลอด นางหม่าเกิดปวดท้องมาก ได้ออกจากห้องคลอด เพื่อขอร้องสามีให้อนุญาตผ่าตัดทำคลอด ถึงกับนั่งคุกเข่ากับพื้นวิงวอน แต่สามีกลับปฏิเสธ แม้ว่าแพทย์และพยายามจะแนะนำว่าการผ่าตัดทำคลอดเป็นวิธีที่ดีที่สุด สุดท้ายพยาบาลแจ้งว่านางหม่าหายตัวไปจากห้องคลอด และช่วงค่ำวันเดียวกัน ก็มีคนพบศพนางหม่ากระโดดจากชั้น 5 โรงพยาบาลฆ่าตัวตาย

ที่มา:ข่าวสด

นึกว่าเวทีระดับโลก! ประกวดสาวนะยะรุ่นจิ๋ว หน้า-ผมเป๊ะปัง ลีลาสุดเริ่ดทุกคน (มีคลิป)

โลกโซเชี่ยลได้เผยแพร่คลิปวิดีโอที่สร้างความฮือฮา เป็นคลิปนักเรียนชายที่ขึ้นเวทีประกวดสาวนะยะรุ่นจิ๋วของโรงเรียนแห่งหนึ่ง แต่ละคนแต่งหน้าเติมปากกันสุดเหวี่ยง จนเป๊ะปังสุดอลังการ แถมสเต็ปการเดินโชว์ตัวและลีลาการแนะนำตัวของแต่ละคนเห็นแล้วสร้างรอยยิ้ม ซึ่งในคลิปเป็นรอบการแนะนำตัวผู้เข้าประกวดทั้ง 23 คน เห็นแล้วนึกว่าเวทีระดับโลกซะอีก

ขอบคุณคลิปจากเฟซบุ๊กพีรศักดิ์ ทักษะวิเรขะพันธ์ และรายงานชิงช้าสวรรค์

ที่มา>>>ข่าวสด

ข้อมูลจาก Facebook : ทุกวันนี้คนกำลังมองหาอะไรใน Facebook และ Instagram

พราะแพลตฟอร์มในโซเชียลมีหลากหลายทางเลือก และแต่ละอย่างก็ทำหน้าที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่แต่ละธุรกิจต้องรู้ว่าจะเข้าหาลูกค้าผ่านแต่ละแพลตฟอร์มได้อย่างไร

ล่าสุด Facebook เองได้ทำแบบสอบถามกับผู้ที่ใช้ทั้ง Facebook และ Instagramอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง เกือบ 8,000 คนจากประเทศออสเตรเลีย บราซิล ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น อังกฤษ และอเมริกา ที่มีอายุระหว่าง 18-64 ปี เพื่อดูว่าแต่ละคนใช้แต่ละแพลตฟอร์มเพื่ออะไร และใช้มันอย่างไร

และนี่คือสรุปเฉพาะประเด็นที่สำคัญจากทีม IQ จาก Facebook

ความคิด Vs จินตนาการ

เมื่อเทียบสองแพลตฟอร์มแล้ว Facebook จะตอบสนองคนที่ต้องการแสดงความเป็นตัวเอง เป็นที่จดจำ และเพื่อเชื่อมโยงกับคนอื่นๆ ในขณะที่ Instagram จะตอบสนองในแง่ความสนุก การพักผ่อน และการค้นคว้า

ใน Instagram ผู้ใช้มักจะ follow คนดัง ตามงาน DIY และสอดส่องสถานที่หรืออะไรใหม่ๆ แต่ถ้าเป็น Facebook หลักๆ จะใช้เพื่อเชื่อมโยงกับเพื่อนและครอบครัว

fbres1

จากภาพ แสดงให้เห็นว่าผู้ใช้มี Facebook ไว้เพื่อปฏิสัมพันธ์กับครอบครัว เพื่อน และคนรู้จัก แต่เมื่อมาดูใน Instagram รองจากครอบครัวและเพื่อนสนิท ผู้ใช้ใช้มันเพื่อมีปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มคนดัง

ข้อมูลยังระบุว่า ผู้ใช้ Instagram ส่วนใหญ่จะหาภาพ หรือเสพคอนเทนต์ที่ให้เขาได้เปิดประตูไปสู่อีกโลก ในขณะที่ Facebook จะเป็นเรื่องที่อยู่บนโลกแห่งความจริง เป็นมุมมองที่เขาสนใจและอยากจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

ดังนั้นถ้าดูจากสิ่งที่ค้นพบ นักการตลาดควรจะเน้นที่การแชร์ความคิดและการโต้ตอบบน Facebook และแชร์คอนเทนต์ที่เป็นภาพเบื้องหลังใน Instagram

ความแตกต่างทางด้าน Demographic

Facebook ยังดูลึกลงไปถึงการใช้งานที่แตกต่างกันระหว่างเพศหญิงและชาย บนสองแพลตฟอร์ม

พบว่าเพศชายจะใช้ในทางปฏิบัติมากกว่า เช่น การรับข่าวสารอีเวนท์ และเข้าร่วมกลุ่ม ในขณะที่เพศหญิงจะเน้นในเรื่องส่วนตัวมากกว่า เช่น การรักษาการติดต่อกับเพื่อนฝูงและครอบครัว

fbres2

แต่ถ้าดูเฉพาะกลุ่มผู้ปกครอง พบว่าคอนเทนต์ที่คนกลุ่มนี้มองหาจะเป็นเรื่องส่วนตัวใน Facebook ส่วนผู้ปกครองใน Instagram จะมองหาสิ่งที่พวกเขาอยากได้

การใช้งานของกลุ่ม Millennial

ในส่วนสุดท้าย รายงานนี้แสดงให้เห็นว่ากลุ่ม Millennial ชอบแชร์เรื่องอะไร เพราะหลังๆ จะเห็นได้ว่ามีธุรกิจจำนวนมากที่มองกลุ่มนี้เป็นเป้าหมายหลัก

fbres3

อย่างที่เห็นว่าทั้งสองแพลตฟอร์มมีความแตกต่างกัน จึงต้องมีวิธีที่เหมาะสมเพื่อให้การโพสต์แต่ละครั้งเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และตอบโจทย์กับเป้าหมายที่ตั้งไว้

สำหรับคนที่สนใจสามารถอ่านเนื้อหาแบบเต็มได้ใน A Tale of Two Feeds

ที่มา : SocialMediaToday

เก็บตกวันไหว้ครู แชร์ภาพสุดประทับใจ เมื่อผู้อำนวยการก้มกราบเท้าคุณครู

เก็บตกบรรยากาศวันไหว้ครู อาจจะเคยเห็นภาพพานสวยๆ ขำขัน เฮฮาไปแล้ว ตัดมาโหมดซึ้งบ้าง โดยมีภาพที่ถูกแชร์ในโซเชี่ยลเป็นจำนวนมาก โดยเพจ “สมาคมครูหน้าตาดี แห่งประเทศไทย” ได้นำภาพครูท่านหนึ่งในชุดข้าราชการ กำลังก้มกราบคุณครูอาวุโสอีกท่าน เป็นภาพที่ประทับใจและได้รับการแชร์ต่อเป็นจำนวนมาก โดยได้ทราบว่าครูท่านนนี้ คือ ดร.ยุทธศาสตร์ กงเพชร ผู้อำนวยการโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน จังหวัดขอนแก่น ซึ่งได้เชิญครูอาวุโสมาร่วมงานวันไหว้ครูด้วย และได้นำไหว้ครูเป็นตัวอย่างที่ดีและเป็นภาพที่ประทับใจแก่ผู้พบเห็น 

ที่มา>>>ข่าวสด

ออร่าฟุ้งกระจาย !! “น้องแบม จิดาภา” นางฟ้าลูกยางไทยวัย 14 ปี น่ารักใสๆ ทำเอาหนุ่มไทย แชร์กันว่อนเน็ต

เรียกว่าหนุ่มๆ พากันแชร์ภาพของน้อง “แบม จิดาภา” นักบอลเลย์สาววัย 14 ปี กันว่อนโลกโซเชียลเลยล่ะจ้า ก็น้องเขาทั้งเก่ง ทั้งน่ารัก โดนใจชายไทยขนาดนี้ถือว่าเป็นสาววัยใส ที่โดนใจหนุ่มๆ เป็นอย่างมาก สำหรับน้อง “แบม จิดาภา” นักบอลเลย์สาววัย 14 ปี ก็ด้วยออร่าความน่ารัก ใสๆ บวกกับความสามารถที่ยอดเยี่ยมแบบนี้ หนุ่มๆก็อดใจไม่ไหวที่จะแชร์ภาพของน้องแบมกันอย่างว่อนโลกโซเชียล ว่าแต่น้องจะน่ารักขนาดไหน มีภาพมาให้ชมกัน

เป็นกำลังใจให้จ้า เป็นกำลังใจให้จ้า  สู้ๆ นะคะสู้ๆ นะคะ ใครๆ ก็ชอบเธอใครๆ ก็ชอบเธอ จริงจังสุดๆจริงจังสุดๆ ความสามารถยอดเยี่ยมไปเลย ความสามารถยอดเยี่ยมไปเลย  ทั้งน่ารัก ทั้งเก่ง ทั้งน่ารัก ทั้งเก่ง  หุ่นดี แข็งแรง หุ่นดี แข็งแรง  สวยใส สวยใส  ขอขอบคุณข้อมูลจาก :FB: แบม Jidapa Nahoanong-VB fanpage

ที่มา>>>baabin

เมย์ ไม่กลัวถูกขู่ฆ่า! เย้ยโรคจิตส่งรูปพวงหรีดแช่ง

เพื่อนข้าใครอย่าแตะ! หลังซุป ‘ตาร์สาว อั้ม—พัชราภา ไชยเชื้อ โดนโรคจิตป่วนในไอจี ทำเอาสาวเซ็กซี่ เมย์—พิชญ์นาฏ สาขากร เพื่อนซี้ เป็นเดือดเป็นร้อนแทน โดยร่วมวงสงครามโซเชียลโพสต์ภาพพวงหรีดแขวะคู่กรณีทันที ล่าสุดเจอ เมย์ มาร่วมพิธีบวงสรวงละครเรื่อง “หมอผี” ที่ PPTV เลยถามถึงภาพดังกล่าว ซึ่ง เมย์ เผยว่า “ก็ลงขำๆค่ะ เป็นช่วงที่พี่อั้ม-พัชราภาโดนคนบ้ามารบกวน แล้วเราก็คุยกันบ่อย คนนี้คงเห็นว่าเราเริ่มให้ข่าวว่าแจ้งตำรวจ และที่มีคนมาสัมภาษณ์ว่าเราก็ช่วยพี่เค้าอยู่ คิดว่าคนโรคจิตคนนั้นก็คงจะได้ตามข่าว ก็เลยมาก่อกวนเมย์ด้วยนิดนึง มีขู่ฆ่าพี่อั้มแล้วคนต่อไปจะต้องเป็นเมย์ แต่ตัวเมย์ไม่ได้กังวล คนพวกนี้เค้าไม่สบายมากกว่า แต่พี่อั้มคงไม่ไหวแล้ว และเราคุยกันตอนดึก ก็เลยรู้สึกหมั่นไส้ๆ เราก็เลยลงรูปไปแค่นั้นเอง ไม่มีอะไร” เราต้องระวังตัวเป็นพิเศษมั้ย เค้าขู่ฆ่าเราด้วยนะ? “ไม่นะ ตอนนี้เมย์ก็ไม่รู้ ทำไมใครเจอโรคจิตจะต้องโทร.หาเมย์ตลอด เมย์ไม่ได้เชี่ยวชาญด้านนี้หรอก แต่คงเพราะเราเคยเจอและมีเพื่อนสนิทเป็นตำรวจเยอะมากกว่า คิดว่าเดี๋ยวนี้โซเชียลมันไปไว แต่ไม่ใช่ว่าตามคนกระทำผิดไม่ได้”

เรื่องหัวใจล่ะ โสดมานานเลย? “เมย์ก็โสดมานาน จนรู้สึกว่าน่าจะหายากแล้ว เมย์ชิลมากขนาดที่ว่าสงกรานต์นี้วันที่ 13 เม.ย.ไปฝรั่งเศสกับเพื่อนๆที่มีครอบครัวมีสามีกันหมดเลย ก็มานั่งคิดอยู่ว่าแล้วเราจะไปทำไม แต่ตอนนี้ก็มีความสุขนะ โสดมานานแล้วก็ไม่ได้ต้องการอะไร ถ้าเจอก็ดีแต่ถ้าไม่เจอก็อยู่ได้” หนุ่มๆเข้ามาจีบเยอะไม่ใจอ่อนเหรอ? “เราอยากแต่งงานค่ะ อยากแต่งเฉพาะคนที่เราอยากแต่ง แล้วเราเป็นคนขี้เบื่อด้วยก็ไม่อยากทำร้ายจิตใจใคร ถ้ามันไม่ใช่ก็ขอเป็นเพื่อนกันก่อนดีกว่า” สเปกสูงขึ้นด้วยมั้ย? “ไม่นะ เมย์ไม่ได้ต้องการว่าจะต้องรวยหรือหล่อ แค่ใครซักคนที่เรารู้สึกว่าคุยได้เรื่อยๆ ไม่เบื่อ อยากคุยกับเค้าทุกวัน ก็ขอแค่นั้นเอง”.

ที่มา>>>Tharath